‘อสังหาฯ-ร้านอาหาร’ ขอของขวัญปีใหม่ ‘อิ๊งค์’ ยืดค่าโอน ลดภาษีที่ดิน ฟื้นเที่ยวด้วยกัน-คนละครึ่ง
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยถึงของขวัญที่จะอยากได้จากรัฐบาลว่า เนื่องจากปัจจุบันด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังอยู่ในภาวะฟื้นตัว จากกำลังชะลอตัว จากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังนั้น จึงอยากขอให้รัฐบาลยืดอายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมนี้ออกไปอีก 1 ปี เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง เหลือ 0.01% รวมถึงขอให้ลดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปัจจุบันเก็บ 100% ให้เหลือ 50% เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือจนกว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้น ซึ่งการลดภาษีที่ดินไม่ใช่แค่ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้อานิสงส์แต่ภาคธุรกิจอื่นๆ รวมถึงประชาชนทั่วไปก็ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน
นายสุนทรกล่าวว่า นอกจากนี้ ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายมาตรการ LTV เพื่อให้ผู้ที่ต้องการมีบ้านสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ สำหรับบ้านหลังแรกและหลังที่ 2 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือนธันวาคมนี้ จะต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก จากก่อนหน้านี้ลดไปแล้ว 0.25% เพื่อกระตุ้นการลงทุนและกำลังซื้อใหม่
นายสุนทรกล่าวว่า ในส่วนของการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวันนั้น มองว่าควรปรับเป็นบางพื้นที่และตามทักษะฝีมือมากกว่า เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีที่จะมีต้นทุนสูงขึ้นมากหากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นในปี 2568 นี้ และอาจจะมีผลทำให้นักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นๆ ที่ค่าแรงถูกกว่าได้
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์กำลังซื้อธุรกิจร้านอาหารในไตรมาส 4 นี้ การจับจ่ายใช้สอยยังคึกคัก เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยสี่ แต่ผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น น้ำตาลทราย น้ำมันพืช ปลากะพง เป็นต้น ที่ราคามีการปรับขึ้นสูงมาก จนน่าตกใจ จึงอาจจะส่งผลให้ร้านอาหารต้องปรับราคาขายขึ้นตามในระยะถัดไปได้
นางฐนิวรรณกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดแรงกระตุ้นมากขึ้นทั้งภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องไม่ว่าโรงแรมและร้านอาหาร ทางสมาคมฯมีข้อเสนอต่อรัฐบาล อยากให้มีการพิจารณาเดินหน้าโครงการเที่ยวคนละครึ่ง หรือโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ควบคู่ไปกับการที่รัฐบาลเดินหน้าโครงการแจกเงิน 10,000 บาท หรือเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2 ให้กับผู้สูงอายุ หากทำได้ทั้งสองเรื่องนี้จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อให้มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวันนั้น สมาคมฯยังคงย้ำจุดเดิม คือ ให้มีการปรับตามขั้นบันไดและตามทักษะ เนื่องจากหากเหมารวมหมดจะทำให้เกิดการดันค่าแรงที่ปัจจุบันสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ปรับสูงขึ้นไปอีก และกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างแน่นอน

