หอการค้าคาดศก.ไตรมาส 4/67 โตต่อจาก 3% ในไตรมาส 3 ได้ท่องเที่ยว-ส่งออกหนุน
นายธวัชชัย เศรษฐจินดา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานหอการค้าภาคกลาง เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 4/2567 คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้เปิดเผยจีดีพีโตกว่า 3% สอดคล้องกับมุมมองของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน เป็นมุมมองเชิงบวกใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การส่งออกที่ดีขึ้น โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ที่โตได้ดี และการท่องเที่ยวที่มีวันหยุดของประเทศต้นต่างๆ เยอะ ทำให้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในส่วนของการบริโภคจากการแจกเงิน 1 หมื่นบาทในกลุ่มเปราะบาง
“การลงทุนของภาครัฐกลับมาเป็นบวกในรอบ 6 ไตรมาส ที่ผ่านมา ถือเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวเป็นบวก และไตรมาส 4 คาดว่าจะบวกได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสภาพัฒน์มองว่าทั้งปี 2567 จะโตที่ 2.6% สำนักงานเศรษฐกิจการคลังมองว่าโต 2.7% ส่วน กกร.มองว่าจะโตเฉลี่ยที่ 2.5-2.8% สอดคล้องกับมุมมองที่ประเมินไว้ จึงคิดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 จะโตได้ต่อเนื่องส่งแรงบวกให้ทั้งปี 2567 โตในกรอบที่มองไว้ได้“ นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี 2567 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน และเอกชน เป็นเรื่องการลดภาระต้นทุนการใช้จ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมัน เพื่อลดภาระให้กับผู้บริโภค และต้นทุนของผู้ประกอบการ ส่วนมาตรการเร่งด่วนเป็นเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการใช้จ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อ เป็นรูปแบบคูณ 2 คือ ใช้จ่ายเท่าใดก็สามารถหักภาษีได้ครึ่งหนึ่ง เพื่อจูงใจให้กลุ่มผู้มีศักยภาพใช้จ่ายนำเงินออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เป็นมาตรการที่รัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณใดเพิ่มเติม แต่ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายในช่วงปลายปีได้มากขึ้น
นายธวัชชัยกล่าวว่า สำหรับต้นทุนอื่นๆ อย่างอัตราดอกเบี้ย หากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการลดดอกเบี้ยลง อย่างไรก็เป็นการช่วยลดภาระของประชาชนและผู้ประกอบการแน่นอน ซึ่งจากการลดดอกเบี้ยในครั้งล่าสุดของ กนง.ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี และภาระการชำระหนี้ของประชาชนลดลงตามแน่นอน ส่วนการประชุม กนง.ที่เหลืออีก 1 ครั้งในเดือนธันวาคมนี้ มองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะรอดูทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก่อน เพราะประธานาธิบดีสหรัฐมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้หากเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย กนง.ก็น่าจะคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมเช่นกัน โดยย้ำว่า การลดดอกเบี้ยลง ถือเป็นการช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ และลดภาระหนี้ของประชาชนที่เป็นภาระหลักของการใช้จ่าย ไม่ว่าอย่างไรก็สามารถลดภาระและช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้แน่นอน

