‘กรมชล’ทุ่ม3.4พันล.จ้างเกษตรกรทำงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหลังถูกสั่งงดทำนาปรัง

10.03.17 | 13:39 น.

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรทั่วประเทศหลังจากที่ภาครัฐประกาศให้พักการทำนาปรังรอบที่ 2 เพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้ง จึงมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินงานตามแผนเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้งด้านการเกษตรปี 2559/60 โดยมีนโยบายให้กรมชลฯเข้าไปดำเนินการจ้างแรงงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งในปีนี้มีการจัดสรรงบประมาณ ปี 2560 จำนวน 3,497.19 ล้านบาท เพื่อจ้างแรงงานจากภาคการเกษตรมาดำเนินงานด้านก่อสร้างและบำรุงรักษา เช่น งานก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดเล็ก งานซ่อมแซมปรับปรุงโครงการ กำจัดวัชพืช ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานในการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกในช่วงฤดูนาปี ปัจจุบันเบิกจ่ายค่าจ้างแรงงานแล้วจำนวน 559.06 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.99% ของงบประมาณการจ้างแรงงาน เป็นการจ้างแรงงาน จำนวน 41,184 คน ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จำนวน 3,035 คน จ.เชียงใหม่ จำนวน 2,686 คน และ จ.สกลนคร จำนวน 2,283 คน

นายสัญชัยกล่าวว่า การจ้างแรงงานดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือลูกหลานของเกษตรกรเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตามหากบางพื้นที่มีจำนวนเกษตรกรมาสมัครไม่เพียงพอ อาจจำเป็นจะต้องว่าจ้างแรงงานในภาคส่วนอื่นๆ เข้ามาด้วย แต่ต้องเป็นคนในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศได้ก่อนจะถึงฤดูฝนและการเพาะปลูกข้าวนาปีในฤดูกาลต่อไป ทั้งนี้ เกษตรกรที่ประสงค์จะทำงานในช่วงฤดูแล้งกับกรมชลประทานสามารถขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ สำนักงานชลประทานที่ 1-17 และโครงการชลประทานจังหวัดทั่วประเทศ