เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้จัดประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569
เพื่อเตรียมพร้อมเอสเอ็มอีไทยในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างยั่งยืนตามเทรนด์โลกปัจจุบัน
ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการ สสว. ให้ข้อมูลว่า การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อบอกถึงกรอบทิศทางการส่งเสริมเอสเอ็มอีในปี 2569 ให้กับส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงิน ฯลฯ ที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมเอสเอ็มอีใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อบรรจุในแผนปฏิบัติการและงบประมาณด้านการส่งเสริมเอสเอ็มอีประจำปี 2569
เพื่อทำให้การส่งเสริมเอสเอ็มอีของประเทศ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถเชื่อมโยง ส่งต่อความช่วยเหลือและลดความซ้ำซ้อน มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่กำหนด
สสว.มีภารกิจหลักเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายและแผนการส่งเสริมเอสเอ็มอีของประเทศ และทำหน้าที่เป็น System Integrator ในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานของทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้แผนปฏิบัติการส่งเสริมเอสเอ็มอีประจำปี (Action Plan) เป็นเครื่องมือ
เนื่องจากปัจจุบันเอสเอ็มอีต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลากหลายด้าน ตั้งแต่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์โลก นอกจากนี้ยังมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเข้าสู่ยุคดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ความท้าทายเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีในทุกมิติ สสว. จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมเอสเอ็มอีเพื่อเป็นกรอบทิศทางให้กับหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมเอสเอ็มอีซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนปฏิบัติการส่งเสริมเอสเอ็มอีประจำปี 2569 จะให้ความสำคัญกับประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การก้าวทันการปรับเปลี่ยนทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนเพื่อลดการสร้างผลกระทบทางลบ และสร้างผลกระทบทางบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมภายใต้แนวทาง ESG (Environment, Social and Governance) และการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการด้วย Soft Power
โดยกรอบแผนงานจะสอดคล้องกับแผนการส่งเสริมเอสเอ็มอีฉบับที่ 5 (พ.ศ.2566-2570) เพื่อบูรณาการให้การดำเนินงานส่งเสริมเอสเอ็มอีของทุกหน่วยงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แผนงานหลักที่เน้นในปี 2569 ประกอบด้วย 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การปรับเปลี่ยนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital ransformation) มุ่งส่งเสริมให้เอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูล (Data-driven) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ควบคู่ไปกับการจัดตั้ง Digital Consultant Center ที่ให้คำปรึกษาด้านดิจิทัล โดยมีการสนับสนุนเงินทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
2.ผลักดันให้เอสเอ็มอีเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environment/Green) มีการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการ (Green Mindset) รวมถึงการส่งเสริมโมเดลธุรกิจสีเขียว เช่น การพัฒนา Green Innovators ที่ผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว และการสนับสนุนการขอรับรองมาตรฐานธุรกิจสีเขียว
3.การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) มุ่งส่งเสริมให้เอสเอ็มอีตระหนักถึงบทบาทในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ผ่านการสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม และ Inclusive Business (IB) การเชื่อมโยงเครือข่าย การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในสังคม ให้สามารถสร้างอาชีพ สร้างธุรกิจได้
4.การยกระดับการดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล (Good Governance) มุ่งสนับสนุนให้เอสเอ็มอีดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ ให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค คู่ค้า ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพธุรกิจในระยะยาว
5.การเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางธุรกิจด้วย (Soft Power) สนับสนุนให้เอสเอ็มอีสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการผ่านการใช้ทุนทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม Soft Power ให้เติบโตส่งเสริมการสร้างแบรนด์ท้องถิ่น (Local Branding) การเชื่อมโยงกับ Influencer และกิจกรรมการตลาดเพื่อขยายโอกาสในตลาดโลก
โดยแผนปฏิบัติการส่งเสริมเอสเอ็มอีปี 2569 จะขับเคลื่อนผ่าน 16 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.พัฒนาธุรกิจระยะเริ่มต้นให้เริ่มธุรกิจได้อย่างมั่นคง 2.ยกระดับธุรกิจที่มุ่งเติบโตให้มีศักยภาพในการแข่งขัน 3.ยกระดับธุรกิจสู่การแข่งขันระดับโลก 4.ฟื้นฟูธุรกิจที่ประสบปัญหาให้ฟื้นตัว 5.ช่วยเหลือธุรกิจยังชีพให้สามารถอยู่รอดได้ 6.สนับสนุนผู้ประกอบการสูงอายุในการดำเนินธุรกิจ 7.ส่งเสริมเกษตรกรสู่การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ 8.สร้างส่วนแบ่งตลาดในประเทศให้เพิ่มขึ้น 9.ส่งเสริมการเข้าสู่สากล
10.สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 11.สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม 12.สร้างความพร้อมของแรงงานและบุคลากร 13.สนับสนุนศูนย์กลางในการให้ข้อมูล องค์ความรู้และบริการ 14.ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ 15.พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย และ 16.พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในอุตสาหกรรม Soft Power ในการสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของตลาด
อย่างไรก็ดี การประชุมได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 80 หน่วยงาน ที่จะเป็นกลไกการบูรณาการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ โดยการจัดทำข้อเสนอแผนงาน/โครงการ และงบประมาณประจำปี 2569 ที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เชื่อมั่นว่าจะมีส่วนช่วยให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันพัฒนาและริเริ่มโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถแข่งขันได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ สสว.จะเปิดรับข้อเสนอโครงการของหน่วยงานต่างๆ ภายในวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณากลั่นกรองและวิเคราะห์โครงการ
เพื่อบรรจุภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริมเอสเอ็มอีสำหรับจัดทำคำของบประมาณประจำปี 2569 ต่อไป

