หนี้เสีย พุ่ง 1.2 ล้านล้านตามคาด บ้าน รถ บัตรเครดิต ยังขาขึ้น หนักสุด เอสเอ็มอี พุ่ง 20%
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า จากรายงานภาระหนี้สินภาคครัวเรือนจากสถาบันการเงิน 157 แห่งที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร ครอบคลุมประชาชนคนไทยและผู้มีถิ่นฐานในประเทศไทย ที่มีหนี้สินกับสถาบันการเงินสมาชิก ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมกว่า 30 ล้านคน จากฐานข้อมูลสถิติที่ไม่มีตัวตนในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 พบว่าหนี้ครัวเรือนในระบบเครดิตบูโรอยู่ที่ 13.6 ล้านล้านบาท เติบโต 0.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ติดลบ 0.2% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนภาพสินเชื่อไม่โต

นายสุรพลกล่าวว่า ส่วน NPLs หรือหนี้เสียก็เป็นไปตามคาดอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8.8% ของหนี้รวม 13.6 ล้านล้านบาท เพิ่ม 14.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่ม 3.4% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยหนี้บ้านกว่า 232,536 ล้านบาท เพิ่ม 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่ม 6.3%จากไตรมาสก่อนหน้า หนี้รถยนต์ 254,710 ล้านบาท เพิ่ม 22.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่ม 0.1% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หนี้บัตรเครดิตกว่า 69,153 ล้านบาท เพิ่ม 18.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่ม 1.6% จากไตรมาสก่อนหน้า หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล 283,995 ล้านบาท เพิ่ม 8.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่ม 3.4% จากไตรมาสก่อนหน้า
“ถือว่าใจชื้นขึ้นมา เนื่องจาก NPLs. สินเชื่อบ้าน, รถยนต์, เครดิตการ์ด, สินเชื่อส่วนบุคคลนิ่งๆ หรือโตไม่มากจากไตรมาสก่อน แต่ที่กังวลมาก คือ สินเชื่อธุรกิจคนตัวเล็กหรือเอสเอ็มอีที่เติบโต 20% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเติบโต 5.2% เทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมาก”นายสุรพลกล่าว

นายสุรพลกล่าวว่า ส่วนหนี้กลุ่มSM ค้างชำระเกิน 31-90 วัน หรือหนี้ที่ใกล้จะเสีย มียอดคงค้างที่ 4.8 แสนล้านบาท ลดลง 2.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 3.8% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ภาพรวมจะลดลง แต่ยังมีสินเชื่อบางประเภทยังเพิ่มขึ้น คือ หนี้บ้าน 143,266 ล้านบาท เพิ่ม 4.9% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่ม 0.1% จากไตรมาสก่อนหน้า หนี้บัตรเครดิต 10,109 ล้านบาท เพิ่ม 6.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 12.8% จากไตรมาสก่อน ส่วนหนี้รถยนต์ 201,479 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 4.5% จากไตรมาสก่อน หนี้ส่วนบุคคล 79,142 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 6.8% จากไตรมาสก่อน
“ในขณะที่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้หลังเป็นหนี้เสียที่เรียกว่าทำ TDRซึ่งตัวเลขสะสมอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านบาท คิดเป็น 7.6% ของ 13.6 ล้านล้านบาท ยังไม่ค่อยดี และเริ่มอืด เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้าติดลบประมาณ 3% โดยมีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันก่อนเป็นหนี้เสียยอดสะสมตั้งแต่เมษายน 2567 มาหยุดที่ 1.2ล้านบัญชี คิดเป็นมูลค่า 6.45 แสนล้านบาท”นายสุรพลกล่าว


