ต่างชาติแห่จองโรงแรม ถนนข้าวสาร ฉลองเคาต์ดาวน์ คาดสะพัด 70 ล้าน อ้อนรัฐอัดช้อปคืนภาษีกระตุ้นใช้จ่าย
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ขณะนี้ดูจากอัตราการจองห้องพักโรงแรมย่านถนนข้าวสารในช่วงวันที่ 30-31 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลเคาต์ดาวน์ โดยเฉลี่ยยังอยู่ที่ 60% ถือว่ายังต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 ที่มีการจองห้องพักถึง 70% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งการที่ยอดจองยังน้อยนั้น เกิดจากการที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มยุโรปที่ยังมีความกังวลต่อสงครามรัสเซียกับยูเครนที่จะมีความเข้มข้นมากขึ้น จึงยังลังเลที่จะออกมาท่องเที่ยวนอกประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มายังถนนข้าวสารโดย 80% เป็นชาวยุโรป อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ส่วนอีก 20% เป็นกลุ่มประเทศเอเชีย อย่างไรก็ดียังคาดหวังว่าในช่วงที่เหลือจากนี้ จะมียอดจองห้องพักเข้ามามากขึ้น
“ปีนี้ถนนข้าวสารจะมีจัดงานเคาต์ดาวน์วันที่ 31 ธันวาคม คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานตลอดทั้งวันไม่น้อยกว่า 50,000-70,000 คน และมีการใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 1,000 บาท คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 70 ล้านบาท แต่เราจะมีการเปิดไฟคริสต์มาสตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป เพื่อสร้างบรรยากาศให้เกิดความคึกคักมากขึ้น แม้ว่าทางไอคอนสยามจะดึงลิซ่ามาร่วมเคาต์ดาวน์ แต่เชื่อว่าน่าจะสามารถรองรับได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ขณะที่มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ยังคงมาท่องเที่ยวถนนข้าวสารอยู่ เพราะยังเป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก” นายสง่ากล่าว
นายสง่ากล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การซื้อขายเหล้า-เบียร์ในย่านถนนข้าวสาร ยังคงเป็นปกติ ยังไม่มีสัญญาณการเติบโตขึ้นแบบโดดเด่น เนื่องจากปัจจุบันกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลง เพราะรายได้คนไม่เพิ่ม และมีการประหยัดเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สะท้อนจากสถิตินักท่องเที่ยวที่เข้ามายังถนนข้าวสารในช่วงวันธรรมดา จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถึง 90% ที่เหลือ 10% เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ในขณะที่วันศุกร์-เสาร์ มีนักท่องเที่ยวชาวไทย 30% ต่างชาติ 70%
“อยากให้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ผ่านมาตรการหักลดหย่อนภาษี เช่น ช้อปดีมีคืน หรือคนละครึ่ง หากมีการใช้จ่ายในร้านอาหารสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ และอยากให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ด้วย ทั้งนี้เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีจะมีการรุกสร้างรายได้จากธุรกิจ 5 F คือ ฟู้ดส์ ฟิล์ม เฟสติวัล ไทยไฟต์ (มวย) แฟชั่น ที่ในปัจจุบันยังขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมไม่ได้ เพราะยังไม่มีนโยบายจากรัฐบาลมาซัพพอร์ต ถ้าหากรัฐบาลมีการทำประชาสัมพันธ์ และอัดงบประมาณมาดำเนินการอย่างเต็มที่ คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้มากยิ่งขึ้น” นายสง่ากล่าว

