หน้าแรก เศรษฐกิจ ศุภวุฒิ แนะ เ...

ศุภวุฒิ แนะ เร่งบูตส์จีดีพี ฝ่าปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจไทย – ชี้ สมรสเท่าเทียม หนุนท่องเที่ยวโต

23.11.24 | 16:56 น.

สศช. แนะ ควรเร่งทำจีดีพีให้โตเร็วฝ่าปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจไทย-ชี้ สมรสเท่าเทียมทำให้ท่องเที่ยวโต

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ณ ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา หรือ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี หอการค้าไทย จัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 2567 โฝในปีนี้หอการค้าไทย จัดงานสัมมนา ภายใต้ ธีมสร้างไทยให้เติบโต สู่อนาคตที่ยั่งยืน (CONNECT FOR GROWTH: INNOVATING FOR OUR SUSTAINABLE FUTURE) โดย นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ‘การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทย’

นายศุภวุฒิ กล่าวว่า ความมั่นคงของเศรษฐกิจไทย ต้องได้มาจากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและต้องจัดการกับความท้าทายที่เข้ามากระทบภายในประเทศ ประกอบด้วย 3 ข้อ คือ 1) ต้องบริหารความเสี่ยงจากความมั่นคงของ ประเทศที่สั่นคลอนโดยเห็นได้จากสงครามระหว่างประเทศ 2) นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ (นายโดนัลด์ ทรัมป์) และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่เสื่อมลงในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ยังมีปัญหา ที่รอการแก้ไขของประเทศไทย 6 ปัญหาหลัก ได้แก่
1) หนี้ครัวเรือนและหนี้ เอสเอ็มอี ที่มีระดับสูง
2) ประชาชนไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุทำให้จีดีพีมีแนวโน้มขยายตัวช้าลง0.8-1%ต่อปีและขาดแคลนแรงงานมากเกิน
3) คุณภาพของการศึกษาถดถอยลง
4) ภาคเกษตรขาดประสิทธิภาพ ผลผลิตต่ำคิดเป็น 9% ของ จีดีพี
5) ราคาพลังงานแพงกว่าประเทศคู่แข่งและการพึ่งพาการนำเข้าแก๊สธรรมชาติและน้ำมันดิบเป็นสัดส่วนที่สูงส่งผลให้ประเทศไทยจะเผชิญความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์
6) การขาดดุลงบประมาณสัดส่วนการจัดเก็บภาษีลดลง15%ของจีดีพีแต่รายได้ประจาเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังประสบความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลต่อนโยบายทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงและความต่อเนื่องของการดาเนินนโยบาย

Advertisement

นายศุภวุฒิ กล่าวว่า สำหรับปัญหาที่คั่งค้างของประเทศไทย ทั้งปัญหาหนี้สินครัวเรือนและหนี้สาธารณะในระดับสูง และ ข้อจำกัดของนโยบายการคลัง โดยแนวทางในการจะแก้ไขของประเทศไทย คือ ต้องทำให้ จีดีพีของประเทศเติบโตได้ อย่างเร็ว

ทั้งจากปัจจัยภายนอกประเทศที่ต้องพยายามป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ และปัจจัยในประเทศ คือ ความพยายามในการจะเพิ่มประสิทธิภาพปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงานที่ควบคุมได้ยาก ซึ่งประเทศไทย ต้องเร่งลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ การลงทุนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ตลอดจนการทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรง เป็นต้น

ทั้งนี้ นายศุภวุฒิ กล่าวว่า ผลจากจากการประกาศกฎหมายสมรสเท่าเทียม เป็นส่วนหนึ่งทำให้ ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยกปริมาณนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวในเมืองไทย มากขึ้นนั้น เนื่องจากมีความรู้สึก สบายใจ และเป็นตัวของตัวเอง มีเสรีภาพ มีความสุข สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ของไทยอย่างแท้จริง

นายศุภวุฒิ กล่าวว่า หากพิจารณาถึงกลยุทธ์ในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยจากการจัดลำดับซอฟต์พาวเวอร์ของไทย พบว่า ประเทศไทยมีจุดแข็ง ได้แก่ ความคุ้นเคย ชื่อเสียง ธุรกิจและการค้า มรดกทางวัฒนธรรม ผู้คนและ ค่านิยมของคนไทย ในส่วนจุดอ่อน ได้แก่ การศึกษาและธรรมาภิบาล เป็นต้น พร้อมทั้งอาหารก็ถือเป็นจุดเด่นอีกหนึ่ง อย่างของประเทศไทย ที่จะต้องพยายามสร้างประสบการณ์และเน้นการให้บริการที่มีมูลค่าสูง สำหรับภาคบริการ ทุกประเทศในโลกผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลักจะปรับเปลี่ยนมา เป็นการพึ่งพาภาคบริการที่มากยิ่งขึ้น

โดยภาคอุตสาหกรรม จะต้องหัน มาพัฒนาในกลุ่มเฉพาะทางและมีความสามารถในการแข่งขัน เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ การผลิตเครื่องมือ แพทย์ อาหารเชิงสุขภาพ บรรจุภัณฑ์ เครื่องสำอาง ผ้าไหม แฟชั่นเมืองร้อน ซึ่งต้องพัฒนาคุณภาพให้ตรงความ ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องพึ่งพาจุดแข็งด้านซอฟต์พาวเวอร์ ด้วยการแปลงสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็น รูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่าง ยั่งยืน