ไปรษณีย์ ‘ไทย-เวียดนาม’ เชื่อม 3 เส้นทางขนส่งไร้ต่อ ยกระดับอีคอมเมิร์ซ

24.11.24 | 11:30 น.

เวียดนามเป็นหนึ่งใน 10 ตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก

แม้เวียดนามจะเริ่มเข้าสู่โลกอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ล่าช้ากว่าประเทศอื่นในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย 

กระนั้น ตลาดอีคอมเมิร์ซของเวียดนามได้รับการประเมินว่า เป็นหนึ่งในประเทศดาวรุ่งที่เติบโตได้เร็วที่สุดในโลก เนื่องจากทางรัฐบาลเวียดนามได้ให้ความสำคัญแก่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการวางแผนแม่บทสำหรับสนับสนุนอีคอมเมิร์ซให้เติบโตอย่างยิ่งยวด

โดยไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม มุ่งขับเคลื่อนอย่างหนักตั้งแต่ปี 2560 เพื่อส่งเสริมให้ประชากรชาวเวียดนามซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 30% จนปี 2563 ธุรกิจ E-Commerce แบบ B2B (Business to Business) มีมูลค่า 30% ของมูลค่านำเข้าส่งออก

Advertisement

ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้อยู่ติดบ้านมากขึ้นหันมาซื้อขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ตกันอย่างกว้างขวาง ตลาดอีคอมเมิร์ซจึงโตต่อเนื่อง เวียดนามขยายขุมพลังด้านโลจิสติกส์ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้บริการ ตอบรับกระแสการพัฒนาทางเศรษฐกิจครั้งนี้อย่างเด่นชัด

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เล็งเห็นโอกาสครั้งใหญ่ในการขยายศักยภาพตลาดการค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างไทยเวียดนาม จึงเดินหน้าผสานความร่วมมือกับ การไปรษณีย์เวียดนาม เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจตลาดอีคอมเมิร์ซและการค้าระหว่างประเทศจากไทยสู่เวียดนาม มุ่งใช้ 3 เส้นทางการขนส่งที่สำคัญ ได้แก่ เส้นทางอากาศ เส้นทางภาคพื้น และทางราง มุ่งเน้นพัฒนาบริการไปรษณีย์ ให้สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อ 

ภายใต้กรอบ ความร่วมมือของการไปรษณีย์อาเซียน (ASEANPOST) เดินหน้ายกระดับอีคอมเมิร์ซของทั้ง 2 ประเทศ เตรียมนำสินค้าเมดอินไทยแลนด์และเวียดนาม จัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มและขนส่งอย่างครบวงจร ซึ่งคณะผู้บริหารไปรษณีย์ไทยก็ได้ไปเยี่ยมเยือน ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ร่วมมือเวียดนามท็อป10ดาวรุ่งอีคอมเมิร์ซโลก

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้ข้อมูลว่า เวียดนามเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ที่ผ่านมามีตลาดเกิดใหม่ที่เป็นโอกาสสำหรับหลายๆ ธุรกิจและอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค เป็นต้น

รวมถึงไฮไลต์อย่างค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ ที่มีปัจจัยการขยายตัวทั้งจากผู้บริโภคในเวียดนามที่ใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เดือนละประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา และเวียดนามยังเป็นหนึ่งใน 10 ตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก

จากการเติบโตที่เกิดขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงเห็นความสำคัญที่จะขยายโอกาสเพื่อภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการไทย ภาคการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งตอกย้ำเป้าหมายในการก้าวไปสู่ Trusted Sustainable ASEAN Brand ที่มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนและเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือแห่งอาเซียน เราจึงมีแผนใช้ความโดดเด่นจากโครงข่ายทั้งที่เป็น Physical และ Digital เชื่อมภาคเศรษฐกิจไทยเวียดนาม และการสร้างประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นอื่นๆ รอบด้านดนันท์ระบุ

เชื่อมขนส่งภาคพื้นรางอากาศ

ดนันท์ระบุอีกว่า ได้ร่วมมือกับการไปรษณีย์เวียดนาม พัฒนาบริการไปรษณีย์ภายใต้กรอบความร่วมมือของการไปรษณีย์อาเซียน (ASEANPOST) ในหลายด้าน 

จากการใช้อัตราค่านำจ่ายพิเศษระหว่างกัน ทั้งบริการไปรษณียภัณฑ์ พัสดุไปรษณีย์ EMS และ ePacket ได้วางเส้นทางและแนวทางที่ไปรษณีย์ไทยและการไปรษณีย์เวียดนามให้เชื่อมต่อถึงกันได้ ดังนี้ 

การขนส่งไปรษณีย์ทางอากาศ ระหว่างไทยไปเวียดนามไปยัง 2 เมืองปลายทาง ได้แก่ ฮานอยและโฮจิมินห์ ผ่านเที่ยวบินของการบินไทย โดยเส้นทางนี้ถือว่ามีความรวดเร็วที่สุด มีความแน่นอนในด้านเวลา ปลอดภัย และสามารถดำเนินงานด้านเอกสารต่างๆ ได้อย่างสะดวก

การใช้ระบบขนส่งทางภาคพื้น เดิมไปรษณีย์ไทยทำการแลกพัสดุภาคพื้นข้ามพรมแดนระหว่างไทยเวียดนาม โดยใช้เส้นทางไปรษณีย์อรัญประเทศพนมเปญโฮจิมินห์ ซึ่งเมื่อปี 2563 ถึงปัจจุบันมีการระงับการให้บริการขนส่งทางภาคพื้นระหว่างไปรษณีย์ไทยไปยังปลายทางประเทศเวียดนาม เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการปิดพรมแดนไทยกัมพูชา 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 ไปรษณีย์ไทยได้กลับมาแลกเปลี่ยนพัสดุภาคพื้นข้ามพรมแดนระหว่างไปรษณีย์ไทยกัมพูชาอีกครั้ง และมีแผนจะส่งผ่านกัมพูชาไปยังเวียดนามต่อไป

การขนส่งทางราง ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประสานกับรัฐวิสาหกิจไปรษณีย์ลาว การไปรษณีย์เวียดนาม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ในการผลักดันการขนส่งทางรางเส้นทางไทยลาวเวียดนาม 

ในอนาคตมีเส้นทางสำคัญอย่าง R12 ที่เริ่มต้นตั้งแต่จังหวัดนครพนมไปจนถึงโครงการเศรษฐกิจหวุงอ่าง (Vung Ang) ในเวียดนาม และเส้นทางนี้ยังสามารถขนส่งสินค้าต่อไปยังมณฑลกว่างซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านเครือข่ายถนนในเวียดนามได้อีกด้วย 

ทั้งนี้ ยังมีอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจคือ เส้นทางรถไฟจากเมืองท่าแขกถึงชายแดนลาวเวียดนาม ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟลาวเวียดนาม โดยเริ่มจากเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไปยังท่าเรือหวุงอ่าง ประเทศเวียดนาม 

คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2567 และจะแล้วเสร็จสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2571

ผนึกพันธมิตรข้ามพรมแดนดันสินค้าไทย

ดนันท์ระบุว่า สำหรับแนวทางเพื่อให้เกิดความแน่นแฟ้นในเชิงพันธมิตร และเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น ในปีนี้ไปรษณีย์ไทย การไปรษณีย์เวียดนาม การไปรษณีย์อินโดนีเซีย พร้อมด้วยที่ปรึกษาพิเศษจำนวน 2 ราย คือ Paytech บริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายเวียดนาม และ Kota บริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายสิงคโปร์ 

ทั้งนี้ได้มีการลงนามในข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจในการจัดตั้ง “Regional ASEAN Post Alliance – RAPA” เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือในด้านขนส่งและระบบไปรษณีย์ระหว่างชาติอย่างเป็นรูปธรรม ใน 4 ด้าน คือ ด้านพันธมิตรอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ที่จะมีการเชื่อมโยงระบบการค้าออนไลน์และออฟไลน์ การพัฒนาโมเดลโลจิสติกส์ให้มีรูปแบบเดียวกัน การพัฒนา QR code เพื่อให้สะดวกต่อการทำธุรกรรม และการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซของอาเซียนให้เป็นศูนย์กลางและไปสู่ตลาดโลก 

ไปรษณีย์ไทยมีแผนผลักดันสินค้าเมดอินไทยแลนด์เวียดนามให้ไปสู่ตลาดโลก โดยร่วมมือกับการไปรษณีย์เวียดนามในรูปแบบของ RAPA shop เป็นโครงการที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ นำสินค้ายอดนิยมมาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มที่จะพัฒนาขึ้น และมีการจัดส่งถึงผู้สั่งซื้อแบบครบวงจรด้วยบริการของเครือข่ายไปรษณีย์ ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับการไปรษณีย์ของทั้ง 2 ประเทศดนันท์ระบุตัวอย่างสินค้าไทยที่มีศักยภาพเจาะตลาดเวียดนาม อาทิ กาแฟ กลุ่มสินค้าจากการท่องเที่ยว รวมทั้งอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง 

ขณะที่การพัฒนาพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานรูปแบบใหม่ เช่น การเชื่อมโยงระบบคลังสินค้า การใช้เทคโนโลยีขนส่งขั้นสูงตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเพื่อให้การขนส่งมีความรวดเร็วขึ้น และด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่าง 3 ประเทศ ทั้งด้วยแนวการเพิ่มผลกำไร การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และด้านความยั่งยืน

ชูของดีท้องถิ่นวินทั้งไทยเวียดนาม

เมื่อเจาะดีเทลลงไปถึงตัวผลิตภัณฑ์เครือข่าย ดนันท์ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยกับไปรษณีย์เวียดนาม เป็นพาร์ตเนอร์กันมานาน ที่จะส่งทั้งจดหมายและพัสดุระหว่างกัน ซึ่งการที่มาวันนี้เราต้องมาการที่จะมาดูว่า เราจะช่วยผู้ประกอบการรายย่อยของแต่ละประเทศได้อย่างไร ซึ่งแต่ละประเทศมีของดีแต่ละประเทศกันอยู่แล้ว

การที่เราร่วมมือกันเอาของดีแต่ละชุมชนของทั้งเมืองไทย มาผ่านเน็ตเวิร์ก (Network) หรือโครงข่ายของไปรษณีย์เวียดนาม เพื่อผลักดันให้สินค้าไทยไปสู่ผู้บริโภคเวียดนามได้ 

ในทางกลับกันสินค้าของเวียดนามก็ได้ใช้เน็ตเวิร์ก หรือเครือข่ายของไปรษณีย์ไทย ในการส่งต่อไปถึงผู้บริโภคในปริมาณที่มากขึ้น จะทำให้การดำเนินการด้านเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้ที่มากขึ้น ตอนนี้จะเน้นสินค้าจำพวกของอุปโภคบริโภค ของพื้นเมือง ของกิน เป็นสิ่งที่ประชาชนในประเทศให้ความสนใจ ซึ่งเป็นของดีจากทั้งเวียดนามและไทย

ตอนนี้คนไทยมาเที่ยวเวียดนามค่อนข้างเยอะ หรือคนเวียดนามที่อาศัยอยู่ประเทศไทย ก็อยากที่จะบริโภคของที่มาจากบ้านเมืองของเขา ฉะนั้นเราจึงมองว่าการที่เราสามารถทำการขนส่งข้ามแดน (cross border) สำหรับของต่างๆ เหล่านี้ มันจะให้เกิดการเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น 

โครงข่ายของไปรณีย์ไทยและไปรษณีย์เวียดนาม ไม่ได้มีแค่ออฟไลน์ แต่เรายังมีช่องทางที่เป็นออนไลน์ด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดการเข้าถึงของผู้บริโภคมากขึ้นดนันท์ทิ้งท้าย

ช่วงชิงสนามแข่งขันบริการด้วยใจ

ด้าน Nguyen The Anh ผู้อำนวยการด้านการค้าและกระจายสินค้า การไปรษณีย์เวียดนาม ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้คนติดบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ปี 2566 ตลาดอีคอมเมิร์ซเวียดนามเติบโตสูงสุดกว่า 26% 

ขณะนี้เราพยายามผลักดันการให้บริการครบครันมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่านั้น แต่ยังพัฒนาโครงข่ายการขนส่งให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยการผสานความร่วมกันระหว่างไปรษณีย์ไทยและเวียดนาม

รวมถึงเราได้เลือกสินค้าบางอย่างจากประเทศไทย ที่จะเอามาขายในโครงข่ายของเวียดนาม ซึ่งในอนาคตเราหวังว่าจะมีผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยเข้ามาขายมากยิ่งขึ้นอีก 

สินค้าเวียดนามเอง มีสินค้าท้องถิ่นมากมายที่มีคุณภาพสูง ใช้ฝีมือในการผลิตอย่างละเมียดละไม แต่ยังหาซื้อไม่ค่อยได้ในตลาดอีคอมเมิร์ซ ตรงนี้เป็นหนึ่งโจทย์ที่เราจะพยายามผลักดัน ในการเชื่อมโยงตลาดสินค้าเข้าด้วยให้สำเร็จผอ.ด้านการค้าฯระบุ

ส่วนประเด็นการรับมือการแข่งขันทางการค้านั้น Nguyen ระบุช่วงท้ายว่า ไม่ใช่แค่ไปรษณีย์เวียดนามที่ต้องเผชิญหน้ากับการแข่งกันบนตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกับจีน แต่ถ้าเราเข้าใจความต้องการของลูกค้าของเรา และมอบสินค้าด้วยการบริการที่ดี ด้วยการให้บริการอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จนกว่าจะนำส่งถึงมือลูกค้า เราจะสามารถหยัดยืนให้บริการอย่างครบครัน บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้

ภูษิต ภูมีคำ