หอการค้า-สศช.ชงรัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจ ‘สนั่น’ ดัน 3 เรื่องด่วนต้องทำ ด้านศุภวุฒิแนะลุยแก้ 6 ปัญหา
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา หรือสวนนงนุช จ.ชลบุรี นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์เปิดการสัมมนา สร้างไทยให้เติบโต สู่อนาคตที่ยั่งยืน (CONNECT FOR GROWTH: INNOVATING FOR OUR SUSTAINABLE FUTURE) ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน ว่า วันนี้มีข้อเสนอสำคัญต่อรัฐบาล 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการวางยุทธศาสตร์ประเทศเพื่อการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน กระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในการ ขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทยในปีหน้า 2568 ให้โตไม่ต่ำกว่า 3-3.5%
“ปี 2567 นี้ หอการค้าไทยฯ คาดว่าจีดีพีไทยโต 2.6-2.8% พร้อมกับการเติบโตของสมาชิกหอการค้า โดยในปีนี้มีมากถึง 160,000 ราย และในปี 2568 เชื่อมั่นว่าจะทะลุ 200,000 รายแน่นอน” นายสนั่นกล่าว
นายสนั่นกล่าวว่า หอการค้าฯได้รับระดมความเห็นจากเครือข่ายเอกชนทั่วประเทศ โดยมี 3 เรื่องเร่งด่วน ที่ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ และได้นำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เรื่องที่ 1 การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ ระยะสั้นเร่งใช้งบประมาณปี’68 ให้เป็นไปตามแผน กระตุ้นให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น เร่งใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่ ขอบคุณรัฐบาลที่แจกเงินสดกลุ่มเปราะบาง 14 ล้านคนเฟส 2 กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี เสนอแจกเงินสด เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หอการค้าฯ เสนอเพิ่มโครงการคูณสอง ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และขอขอบคุณรัฐบาลที่ตอบรับข้อเสนอหอการค้าฯ และได้ประกาศมอบเป็นของขวัญให้ประชาชนในปลายปีนี้คือ มาตรการโครงการของรัฐบาลที่สนับสนุนช่วยเหลือประชาชน และร้านค้าที่เข้าร่วมออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (Easy e-Receipt) ซึ่งรัฐบาลเองก็ต้องเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาให้ต่อเนื่อง ทั้งการลดค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการและประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ซึ่งกำลังจะมีงานในจังหวัดต่างๆ
นายสนั่นกล่าวว่า เรื่องที่ 2 ต้องช่วยให้สินค้าไทยแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศประเทศไทยต้องเลือกการลงทุนที่มีคุณภาพ ที่มีการจ้างงานในประเทศ มีการใช้วัตถุดิบจากชุมชนอยู่ในอุตสาหกรรมยุคใหม่ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย เราต้องส่งเสริมการลงทุนที่มีลักษณะข้างต้นไม่ใช่เอาการลงทุนทุกชนิดที่มาและให้การส่งเสริมทุกอย่างประเทศไทยต้องเลือกการนำเข้าที่มีคุณภาพ ทั้งสินค้าและบริการต่างประเทศที่มา ต้องดูแลการค้าให้เป็นธรรม ไม่เป็นตลาดที่ดัมพ์สินค้าไร้คุณภาพ หรือสินค้าที่ถูกให้สินบน (subsidized) ซึ่งจะทำลายตลาดระยะยาวของประเทศ เราต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่มาลงทุนในประเทศที่เสียภาษีให้ไทยและสร้างการจ้างงานในไทย และเรื่องที่ 3 การวางยุทธศาสตร์ประเทศเพื่อการเติบโตในอนาคต รักษาโมเมนตัมในภาคธุรกิจที่ไทยยังแข่งขันได้ดี ด้านอาหาร ท่องเที่ยว สุขภาพ และการเร่งดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ ด้านดิจิทัลการพัฒนาคนรองรับอนาคตและอุตสาหกรรมใหม่
ด้านนายศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยว่า ความมั่นคงของเศรษฐกิจไทย ต้องมาจากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและต้องจัดการกับความท้าทายที่เข้ามากระทบภายในประเทศ ประกอบด้วย 3 ข้อ คือ 1.ต้องบริหารความเสี่ยงจากความมั่นคงของประเทศที่สั่นคลอนจากสงครามระหว่างประเทศ 2.นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ และ 3.ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐ ที่เสื่อมลงในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมา
นายศุภวุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่รอการแก้ไขของประเทศไทย 6 ปัญหาหลัก ได้แก่ 1.หนี้ครัวเรือนและหนี้ เอสเอ็มอี ที่มีระดับสูง 2.ประชาชนไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุทำให้จีดีพีมีแนวโน้มขยายตัวช้าลง 0.8-1% ต่อปี และขาดแคลนแรงงาน 3.คุณภาพของการศึกษาถดถอยลง 4.ภาคเกษตรขาดประสิทธิภาพ ผลผลิตต่ำคิดเป็น 9% ของจีดีพี 5.ราคาพลังงานแพงกว่าประเทศคู่แข่งและการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบเป็นสัดส่วนที่สูงส่งผลให้ประเทศไทยจะเผชิญความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ 6.การขาดดุลงบประมาณสัดส่วนการจัดเก็บภาษีลดลง 15% ของจีดีพี แต่รายได้ประจำเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังประสบความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลต่อนโยบายทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงและความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย

