หน้าแรก เศรษฐกิจ แสนสิริ โตสวน...

แสนสิริ โตสวนตลาด อัพเป้าโอนคอนโดเป็น 14,500 ล้าน ปี68 ลุยปักหมุด กทม. ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่

25.11.24 | 13:37 น.

แสนสิริ โตสวนตลาด อัพเป้าโอนคอนโดเป็น 14,500 ล้าน ปี68 ลุยปักหมุด กทม. ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่

วันที่ 25 พฤศจิกายน นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้ายอดโอนคอนโดมิเนียม 13,000 ล้านบาท โดยช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดโอนแล้วกว่า 11,300 ล้านบาท หรือเกือบ 90% ขณะที่มียอดขายอยู่ที่ 15,800 ล้านบาท คิดเป็น 75% ของเป้า 21,000 ล้านบาท โดยล่าสุดได้ Sold Out คอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่ารวม 5,900 ล้านบาท ได้แก่ เอดจ์ เซ็นทรัล พัทยา, ดีคอนโด พนา, เดอะ มูฟ บางนา และ เวย์ โพธิสาร พัทยา ขณะที่สต๊อกคอนโดพร้อมอยู่ล่าสุดมีเพียง 6,900 ล้านบาท อยู่ระดับที่เหมาะสมจากการบริหารจัดการพอร์ตสินค้าพร้อมขายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านคอนโดใหม่ในเมืองและเมืองท่องเที่ยว ได้รับกระแสตอบรับดีทุกโครงการ จากอานิสงส์การฟื้นตัวการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเดอะ เบส ไรส์ ภูเก็ต มียอดขายแล้ว 70% และ แคนวาส เชิงทะเล ที่ลูกค้าต่างชาติให้การตอบรับดี

ล่าสุดบริษัทปรับเป้ายอดโอนคอนโดเพิ่มขึ้น 12% เป็น 14,500 ล้านบาท หลังสร้างยอดโอนเกินเป้าได้ในทุกไตรมาส และยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการในทำเลมีศักยภาพ ทั้งในเมืองและเมืองท่องเที่ยว รวมถึงกระจายพอร์ตให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์และทุกระดับราคา

นายองอาจกล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 นี้ จะเปิดให้ชมห้องตัวอย่าง เดอะ เบส วงศ์สว่าง มูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท เริ่มต้น 2.39 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดพรีเซลต้นปี 2568 นอกจากนี้ยังเตรียมส่งมอบ ดีคอนโด แอร์ ลาดกระบัง มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท ภายใต้การร่วมทุนพัฒนาโครงการระหว่างแสนสิริและโตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) เป็นคอนโดโลว์ไรส์ 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 541 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.75 ล้านบาท โดยโครงการมีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าสูงถึง 6% ต่อปี

Advertisement

พร้อมกับเปิดภาพโครงการ ดีคอนโด วิวิด รังสิต เป็นครั้งแรก อยู่ตรงข้ามม.กรุงเทพ โดยโครงการมีผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าสูงถึง 8-10% คาดได้รับกระแสตอบรับดีเช่นเดียวกันกับ ดีคอนโด ไฮป์ รังสิต ที่ปัจจุบันมีลูกบ้านย้ายเข้าอยู่ถึง 80% และในปี 2568 วางแผนเปิดโครงการใหม่ โดยเฉพาะในกรุงเทพชั้นในและชั้นกลาง รวมถึงภูเก็ต ชลบุรีและเชียงใหม่ พร้อมกับต่อยอดความสำเร็จกลยุทธ์ขยายพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทุกความต้องการ

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567-2568 ว่าในปัจจุบันและแนวโน้มในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ตลาดคอนโดมิเนียมจะยังคงได้รับความนิยมค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยประเภทอื่น เนื่องจากพฤติกรรมผู้ซื้อมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับทำเล ทั้งความสะดวกต่อการเดินทาง และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก

รวมถึงตลาดคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มากกว่า 80% อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่กำลังซื้อกลุ่มผู้มีรายได้ระดับปานกลาง ถึงระดับล่าง สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ และมีราคาต่ำกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีขนาดใกล้เคียงกันในทำเลเดียวกัน ทั้งนี้ SCB EIC คาดว่าหน่วยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2567 จะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทเดียวที่สามารถทรงตัวได้ หรือหดตัวเพียงเล็กน้อย