บทบาทของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในปี 2567 ภายใต้คณะกรรมการ หรือบอร์ดชุดใหม่ ที่มี นายยุทธศักดิ์ สุภสร เป็นประธานบอร์ด เห็นการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าหลายด้าน
โดยเฉพาะแผนงานเชิงรุก “I-EA-T Next Move : Fast & Furious” ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในภูมิภาค โดยเน้นการดำเนินงานที่รวดเร็วและดุดัน (Fast & Furious) ครอบคลุมหลายด้าน ประกอบด้วย
1.พลังงานสะอาด เร่งเครื่องเปลี่ยนผ่านแหล่งพลังงานในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือมาบตาพุด สู่การเป็น “นิคมพลังงานสะอาด” มุ่งเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล ก๊าซธรรมชาติ ไฮโดรเจน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
2.ระบบไฟฟ้ามั่นคง เดินหน้าร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
3.เทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนอนาคต โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น การบริหารจัดการสาธารณูปโภค การวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผน และพัฒนา Smart Port ที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด
4.ดึงดูดการลงทุน ปรับเปลี่ยนบทบาทจาก Regulator สู่ Facilitator เพื่ออำนวยความสะดวกส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC สร้าง Fast Track ช่วยประเทศทำการตลาดเปิดพื้นที่รองรับการลงทุนใหม่พร้อมจัดงาน I-EA-T Expo หรือ RISE Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
5.ความยั่งยืนเป็นหัวใจ มุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emission
โดยโครงการ “I-EA-T Next Move : Fast & Furious” เป็นแผนงานที่ กนอ.มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ระดับโลก
ปีนี้ผลดำเนินจาก “I-EA-T Next Move : Fast & Furious” อาจเพิ่งเดินหน้า
แต่ปี 2568 น่าจับตาก้าวย่างของ กนอ.ที่รวดเร็วและดุดัน
กับเป้าหมายมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ผู้นำอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในภูมิภาค

