เกินคาด! ไทยส่งออก ต.ค.เกิน 2.7หมื่นล้านดอลล์ สูงสุด19เดือน พณ.-สรท.มั่นใจทั้งปี’67 โต4%
วันที่ 26 พฤศจิกายน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนตุลาคม 2567 มีมูลค่า 27,222.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 896,735 ล้านบาท และขยายตัว 14.6% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 10.7% ถือว่าทำมูลค่าสูงสุดในรอบ 19 เดือน
และอัตราขยายตัวดีสุดรอบ 3 เดือน ปัจจัยขับเคลื่อนส่งออก คือ สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ที่เติบโตระดับสูง สอดรับกับกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลโตอย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้หลายประเทศเร่งนำเข้าเครื่องจักรสำหรับการผลิต และวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม รองรับการฟื้นตัวของภาคการผลิต และเตรียมความพร้อมเชิงกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านการค้าระหว่างประเทศอาจเกิดขึ้นในอนาคต
รวมถึงความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารในตลาดโลก และเงินเฟ้อในตลาดส่งออกหลักเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้กำลังซื้อดีขึ้น ซึ่งการส่งออกเดือนตุลาคม ขยายตัวทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 7.2% สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 18.7% รวมถึงตลาดส่งออกส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี อย่างตลาดหลัก ขยายตัว 16.3% ทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป CLMV จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน ตลาดรอง ขยายตัว 2.4% และตลาดอื่นๆ ขยายตัว 118.9%
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ขณะที่เดือนตุลาคม ไทยนำเข้ามีมูลค่า 28,016.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.9% โดยขาดดุลการค้า 794.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้การส่งออกไทย 10 เดือนแรก 2567 มีมูลค่า 250,398.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.9 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 4.8% การนำเข้า มีมูลค่า 257,149.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6.6%
โดยขาดดุลสะสม 6,751.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ในรูปเงินบาท เดือนตุลาคม 2567 ส่งออกมีมูลค่า 896,735 ล้านบาท ขยายตัว 5.8% นำเข้า 934,700 ล้านบาท ขยายตัว 7.1% และขาดดุลการค้า 37,965 ล้านบาท ทำให้ 10 เดือนแรก 2567 ส่งออกสะสม 8,854,630 ล้านบาท ขยายตัว 8.3% นำเข้า 9,199,289 ล้านบาท ขยายตัว 9.9% และขาดดุลการค้า 344,659 ล้านบาท


“ช่วง 2 เดือนที่เหลือปีนี้ หากแต่ละเดือนส่งออกได้ 23,040 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งปี 2567 ส่งออกจะขยายตัวได้ 4% ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้บวก 2% สะท้อนการฟื้นตัวของการค้าโลก และการปรับเปลี่ยนการผลิตของโลกเพราะสินค้าทุนและเครื่องจักรยังเป็นกลุ่มขยายตัวได้สูง หากโตได้ 4% จะมีมูลค่า 2.96-3.0 แสนล้านเหรียญสหรัฐ รูปเงินบาทเกิน 10 ล้านล้านบาท
ส่วนปี 2568 กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างประชุมหารือกับเอกชนทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทูตพาณิชย์ ในการทำการวิเคราะห์ปัจจัยบวกและปัจจัยลบต่อการส่งออก รวมถึงการจัดทำแผนงาน เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พิชัย นริพทะพันธุ์) พิจารณาแผนงานและเป้าหมายการส่งออกในปี 2568
และคาดว่าจะมีการแถลงในกลางเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งอย่างไรคาดหวังว่าค่าเฉลี่ยส่งออกต่อเดือนปีหน้าจะสูงกว่าปีนี้ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเดือนละ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งระยะสั้นสิ่งที่ต้องติดตามคือ ความผันผวนของค่าเงินบาท และการส่งออกรถยนต์” นายพูนพงษ์กล่าว


นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่งออกไตรมาส 4 ปี 2567 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของการส่งออกทั้งปี 2567 บรรลุเกินกว่าเป้าหมายในการทำงาน (working target) ตามที่ได้ตั้งไว้ โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญจากการฟื้นตัวภาคอุตสาหกรรมของคู่ค้า การใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น การเติบโตของการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ประกอบกับต้นทุนโลจิสติกส์ที่เอื้ออำนวยจากการปรับลดลงของค่าระวางเรือ
อย่างไรก็ดี การส่งออกของไทยยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐในอนาคต ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ รวมถึงผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนโยบายการส่งออกข้าวของอินเดียที่อาจส่งผลต่อการส่งออกข้าวไทย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องเฝ้าติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางรับมือที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ต่อไป

“อีกเรื่องที่ต้องติดตามตั้งแต่ต้นปี 2568 กรณีนโยบายนายโดนัลด์ ทรัมป์ เล็งปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก ที่เป็นข่าวอย่างจีนจะถูกปรับถึง 60% ประเทศอื่นๆ 10-20% ต้องดูความชัดเจนที่รัฐบาลสหรัฐจะแถลงนโยบาย 20 มกราคม ให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร รวมถึงอัตราภาษีที่เก็บเพิ่มนั้น ที่สหรัฐต้องการลดขาดดุลการค้า ก็อาจนำมาคิดคำนวณ
อย่างไรก็ตาม สหรัฐขาดดุลกับเรา 4.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ขาดดุลการค้ากับเม็กซิโก 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ การเก็บภาษีนำเข้าก็อาจไม่เท่ากัน ซึ่งคงมีการพิจารณาประเด็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย ที่จะมีผลต่อการกำหนดตัวเลขส่งออกปีหน้า รวมถึงต้นปีหน้ารัฐมนตรีว่าการฯก็จะไปเยือนสหรัฐ ก็น่าจะมีหลายประเด็นหยิบมาหารือ” นายพูนพงษ์กล่าว
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ส่งออกเดือนตุลาคม ถือว่าเป็นม้าตีนปลาย ที่ไทยไม่ได้ส่งออกเกิน 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐมานาน น่าจะเป็นรอบใน 19 เดือน สะท้อนถึงความร่วมมือภาครัฐและเอกชน และมั่นใจ พ.ย.-ธ.ค.นี้ ทำได้เกิน 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ส่งออกทั้งปีโตเกิน 4% ตอนนี้สบายใจได้ เรามีตุนโตเกิน 3% แล้ว
อย่างไรก็ตาม รัฐและเอกชนยังต้องทำงานเชิงรุกต่อไป โดยปัจจัยที่มีผลต่อส่งออก คือ ค่าเงินบาท คาดจะยืนระดับ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ได้ถึงสิ้นปี และค่าระวางก็อยู่ในภาวะปกติไม่มีปัญหาผันผวนเหมือนก่อน ถือเป็นเรื่องดีต่อการส่งออกในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า

