พณ. รับตาม นโยบายครัวไทย สู่โลกของรัฐบาล ‘อิ๊งค์’ เล็ง 4 กลุ่มสินค้า ตั้งแต่อาหารฟังก์ชัน สินค้าผลไม้ อาหารฮาลาล และThai SELECT
นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงแนวทางสนับสนุนผลักดันอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้ได้รับความนิยมทั่วโลก ตามนโยบายครัวไทยสู่โลกของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่มองว่ากลุ่มอาหารจะเป็นตัวหลักต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ว่า กรมได้จัดทำแผนงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเป้าหมายระยะสั้น การส่งออกอาหาร (ไม่รวมน้ำตาล) ปี 2567 ให้มีมูลค่า 37,169 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 2% ซึ่ง 9 เดือนแรก 2566 ส่งออกแล้ว 29,334 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนระยะยาว ตั้งเป้าให้ไทยมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมอาหาร และเป็น Kitchen of the World
โดยเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ มีความสามารถในการแปรรูป คิดค้นนวัตกรรม มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพส่งออก ซึ่งตลาดหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อาเซียน (อินโดนีเซียและมาเลเซีย)
ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าอาหารเป้าหมาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารไทยและร้านอาหารไทย ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ที่ใช้วัตถุดิบและผ่านกระบวนการปรุงอาหารด้วยส่วนผสม รวมถึงรสชาติไทยแท้ ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT 1,664 ร้าน และมีผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่ได้รับตรา Thai SELECT 852 ผลิตภัณฑ์ จาก 96 บริษัท ตลาดเป้าหมาย ได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร จีน และญี่ปุ่น
นายวราวุฒิ กล่าวต่อว่า รวมถึงผลักดันอาหารอนาคต อาหารทางเลือกใหม่ที่เกิดจากแนวคิดการดูแลโลกผ่านมื้ออาหาร เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และสร้างความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพและตอบสนองไลฟ์สไตล์ ของผู้บริโภคยุคใหม่ ประกอบด้วย อาหารฟังก์ชันและสารประกอบเชิงฟังก์ชัน อาหารทางการแพทย์และอาหารเฉพาะบุคคล อาหารอินทรีย์
และโปรตีนทางเลือก อาทิ โปรตีนจากพืช โปรตีนจากแมลง โปรตีนจากจุลินทรีย์ และโปรตีนจากสาหร่าย ตลาดเป้าหมาย คือ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และยุโรป อีกกลุ่มคือ สินค้าผลไม้ ครอบคลุมทั้งผลไม้สดและแปรรูปแบบต่างๆ
ตลาดเป้าหมาย คือ จีน และ สหรัฐ และกลุ่มอาหารฮาลาล อาหารที่ได้รับการอนุมัติหรืออนุญาตให้นำมาบริโภคได้ตามบัญญัติของศาสนาอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การผลิต การบรรจุ การเก็บรักษา ตลอดจนการขนส่งอาหาร ตลาดเป้าหมาย คือ ประเทศมุสลิม ประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม
แต่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มาก อาทิ อินเดีย จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมุสลิมเดินทางท่องเที่ยวมาก อาทิ มาเลเซีย ซาอุดิอาระเบีย อินโดนีเซีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน สหราชอาณาจักร ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น
นายวราวุฒิ กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2568 กรมกำหนดแผนงานและผ่านโครงการในการบูรณาการเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้แก่ งานแสดงสินค้าผ่านเครือข่ายการค้า จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติในประเทศ 2 งานได้แก่ งานแสดงสินค้าอาหาร (THAIFEX – ANUGA ASIA) และงานแสดงสินค้าธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง (THAIFEX – HOREC ASIA ) การจัดงานแสดงสินค้าภาพรวมในต่างประเทศ (งาน Top Thai Brand) หาตลาดศักยภาพใหม่ๆ จัดจับคู่เจรจาการค้า ส่งเสริมการขายออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.thaitrade.com
“มุ่งเจาะเชิงลึกทั้งชนิดสินค้าและตลาดส่งออก โดยไทยพร้อมเป็น Kitchen of the World ตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ ” นายวราวุฒิ กล่าว

