หน้าแรก เศรษฐกิจ ภารกิจท้าทายเ...

ภารกิจท้าทายเจน 3 ‘เด็กสมบูรณ์’ ปั้นแบรนด์ยั่งยืน 100 ปี รายได้หมื่นล้าน

29.11.24 | 11:28 น.

ภารกิจท้าทายเจน 3 ‘เด็กสมบูรณ์’
ปั้นแบรนด์ยั่งยืน 100 ปี รายได้หมื่นล้าน

เข้าสู่ทศวรรษที่ 8 แล้ว “หยั่น หว่อ หยุ่น” ผู้ผลิตเครื่องปรุงรส แบรนด์เก่าแก่ “เด็กสมบูรณ์” ที่ทุกครัวเรือนไทยต้องมีติดไว้ จนครองใจและครองเจ้าตลาดมาอย่างยาวนาน จาก “ซีอิ๊วขาว” อยู่คู่ครัวไทยสู่ครัวโลกกว่า 80 ประเทศ

จากยุคบุกเบิก สู่ทายาทรุ่นที่ 2 วันนี้ “เด็กสมบูรณ์” ได้มีการเปลี่ยนผ่านสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 มี ท็อป-วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ วัย 27 ปี ลูกชายคนโตของ สมหวัง ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ เคลื่อนทัพธุรกิจ บนเก้าอี้กรรมการและผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด

“วสุพล” ยอมรับว่า การมารับไม้ต่อธุรกิจ ถือว่าเป็นความท้าทายมาก ในการที่จะทำอย่างไรให้ธุรกิจที่ทำมา 80 ปี อยู่ต่อไป 100 ปี 200 ปี จึงเป็นที่มาของการแตกไลน์โปรดักต์ใหม่ๆ ไม่ได้มีแค่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสปรุงรสฝาเขียว เต้าเจี้ยว ยังมีน้ำปลา ไอศกรีม ซีอิ๊วโซดา ซีอิ๊วเม็ด ล่าสุดลูกอมซีอิ๊วขาว

ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ มักจะเกิดความกลัว และต้องการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ รวมถึงอยากจะชาเลนจ์ตัวเองจากโปรดักต์เดิมที่ทำมา 80 ปี ตั้งแต่ยุคคุณปู่ คุณพ่อ การที่เด็กสมบูรณ์จะก้าวออกจากแบรนด์ของเรา จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแรงขึ้นได้นั้น ต้องมีโปรดักต์หลายๆ ขามากขึ้น รวมถึงอยากจะพาแบรนด์เด็กสมบูรณ์เข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่มากขึ้นด้วย

Advertisement

เนื่องจากปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีอัตราการทำอาหารลดลง 10-15% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับคนรุ่นใหม่มีอัตราการเกิดน้อยและไม่ค่อยทำอาหาร สั่งเดลิเวอรี่และออนไลน์ค่อนข้างมาก แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมธุรกิจร้านอาหารยังขยายตัวดี แต่ปริมาณการบริโภคน้อยลง จึงต้องพยายามเจาะในกลุ่มของร้านอาหาร และเข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่

“ปี 2560 เราออกไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ เป็นไอศกรีมรสชาติซีอิ๊วดำ ตอนนี้มี 4 สาขา ที่เยาวราช สำนักงานใหญ่สาทร เจริญกรุงและสมุทรสาคร การที่เราขยายไลน์ทำไอศกรีม เพราะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตลาดของหวานดังมาก เลยกลับมามองว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าเราเกาะเทรนด์ของหวานได้ เลยไปทำตรงนั้น จุดเริ่มต้นเกิดจากผมไปกินข้าวมันไก่ มีน้ำจิ้มซอสหวาน ดูว่าน่าจะนำมาราดในไอศกรีมเหมือนคาราเมลได้ พอมาใส่แล้วรู้สึกว่าทานได้ เลยเสนอไอเดียคุณพ่อเปลี่ยนฉลากซีอิ๊วดำให้มีรูปไอศกรีม ให้คนรู้ว่าโพซิชั่นนิ่งเราไม่ใช่แค่เครื่องปรุงของคาว จะทำยังไงให้ไปสู่ของหวานได้ เลยเริ่มโปรเจ็กต์มา”

สำหรับ “ซีอิ๊วเม็ด” นั้น “วสุพล” ขยายความว่า เป็นเทรนด์ของการทำอาหารที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังควบคุมปริมาณโซเดียมได้ เมื่อก่อนเรารู้ว่าในซอสหนึ่งขวดมีปริมาณโซเดียมเท่าไหร่ แต่จะไม่รู้ว่าเวลาใส่ซอสลงไปปรุงอาหารนั้น วัดเป็นปริมาณโซเดียมไม่ได้ แต่การอัดเม็ดทำให้รู้ปริมาณหรือการปรุงอาหารให้ถูกสุขอนามัยที่ดีได้ โดยเริ่มทำตลาดต่างประเทศแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2567 ส่งออกไปอเมริกา ยุโรป จีน มีผลตอบรับดีมาก ส่วนตลาดในประเทศเพิ่งเริ่มวางขายวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในห้างกรูเมต์ มาร์เก็ต โดย 1 ซอง มี 12 เม็ด ขายราคาซองละ 32 บาท ซึ่งซีอิ๊วเม็ด เราพูดได้เลยว่าเราเป็นที่แรกของโลก

ถามว่าตอนนี้สินค้าภายใต้แบรนด์ “เด็กสมบูรณ์” ยังขาดอะไรอีกบ้าง ทายาทหยั่น หว่อ หยุ่น กล่าวว่า คิดว่าไม่ขาด มีครบเกือบทุกอย่างแล้ว โดยปี 2567 ได้ลงทุน 300 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตน้ำปลาภายในพื้นที่โรงงานเดิม 181 ไร่ จังหวัดสมุทรสาคร ล่าสุดเปิดเดินเครื่องแล้ว มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 610,000 ขวดต่อวัน เพื่อบุกตลาดน้ำปลาอย่างเต็มรูปแบบ เจาะตลาดในประเทศและต่างประเทศ แต่เนื่องจากยังเป็นแบรนด์ใหม่ในตลาดน้ำปลาที่การแข่งขันสูงและมีหลายแบรนด์ เราจะเริ่มทำการตลาดในตลาดหลักๆ ก่อน เพื่อให้คนเริ่มยอมรับในแบรนด์

ส่วนปี 2568 มีเป้าหมายจะขยายไลน์สู่ธุรกิจร้านอาหาร และออกแบรนด์ใหม่ในกลุ่มเครื่องจิ้ม ซอสพริก ชื่อว่า “ไก่แบรนด์” ที่จะผลิตมาจากพริกศรีราชา เจาะตลาดประเทศจีน เริ่มจากการสร้างแบรนดิ้ง ทำให้คนรู้จักว่ามาจากเมืองไทย โดยอยากทำให้เขารู้สึกว่า ถ้าคิดถึงรสชาติไทยแท้ๆ คิดถึงเด็กสมบูรณ์ พยายามชูจุดยืนของเรา คือ ความเป็นไทย จากนั้นหาพาร์ตเนอร์ที่ดีในการกระจายสินค้า ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงมีพรีเซ็นเตอร์ เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

“เราอยากจะให้รายได้เด็กสมบูรณ์แตะ 10,000 ล้านบาท จึงพยายามขยายไลน์สินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม โดยปี 2567 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% เพิ่มจากปีก่อนมีรายได้ 5,000-6,000 ล้านบาท เป็น 6,600 ล้านบาท ผ่านมา 9 เดือน มีรายได้แล้ว 5,000 ล้านบาท โดยทุกปีรายได้เติบโตเฉลี่ย 6-7% แต่ปีนี้โตมากขึ้น หลังได้มีการผลักดันการขายหลายช่องทาง เพื่อสร้างแบรนด์และออกสินค้าใหม่ๆ รวมถึงเน้นการทำโซเชียลมีเดียมากขึ้น เช่น ติ๊กต็อก โดยเราพยายามพัฒนาตัวเราเองให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ได้ด้วย แม้ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม เราก็คิดเราจะมุ่งการเติบโตในระดับ 10% ขึ้นไป”

ปัจจุบันเด็กสมบูรณ์มีการส่งออก 30% ขายในประเทศ 70% มีส่วนแบ่งการตลาดซีอิ๊วขาว 85% ซีอิ๊วดำ 60% เต้าเจี้ยว 60% ซอสหอย 30% แต่ถ้ามองภาพรวมของตลาดซอสทั้งหมด ที่มีมูลค่าตลาด 2 หมื่นล้านบาท เด็กสมบูรณ์มีส่วนแบ่งตลาดที่ 37% และเป็นเบอร์หนึ่งของตลาด ขณะที่แนวโน้มของตลาดซอสยังคงเติบโต จากธุรกิจร้านอาหารที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามามาก ทำให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวมากขึ้น

สำหรับตลาดส่งออก ขณะนี้มีผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นอยู่บ้าง หลังสงครามทำให้มีการปิดอ่าว ส่งผลต่อค่าระวางเรือสูงขึ้นมาก ขณะเดียวกันยังติดตามนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีผลอย่างไรบ้างต่อการส่งออก แต่ขณะนี้ยังปกติ ยังไม่มีอะไรมากระทบต่อการส่งออกของเรา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราทำคือ พยายามบอกลูกค้า ถ้ามีปัญหาส่งออกให้ทำสต๊อกให้เพียงพอต่อการจำหน่าย ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนการส่งออกมากขึ้น ซึ่งเราพยายามสนับสนุนนโยบายมาตลอดในส่วนของซอฟต์พาวเวอร์ แต่อยากให้รัฐบาลแอ๊กชั่นและซัพพอร์ตมากกว่านี้

“ในแง่ต้นทุนมีปรับตัวสูงขึ้นตลอด แต่สิ่งที่เราทำ พยายามดีลซัพพลายเออร์ต่างๆ ซื้อในปริมาณที่มากขึ้น และซีอิ๊วขาวเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมราคาจากภาครัฐ ดังนั้น เราต้องพยายามตรึงราคาสินค้าไว้ให้นานที่สุดและไม่ได้ปรับราคาขึ้นมา 5 ปีแล้ว แต่มีจัดโปรโมชั่นลดราคาตลอด เพื่อช่วยผู้บริโภค” วสุพลทิ้งท้าย