หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.เล็งต่อยอ...

ททท.เล็งต่อยอด ผุดเส้นทางท่องเที่ยว-มหกรรมอาหาร หลัง ศรณ์ คว้ามิชลินสามดาว แห่งแรกในไทย

28.11.24 | 15:55 น.

ททท.เล็งต่อยอดทำเส้นทางท่องเที่ยว-มหกรรมอาหาร หลัง ศรณ์ สร้างประวัติศาสตร์ คว้ามิชลินสามดาว แห่งแรกในไทย


เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายเกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า คู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2568 มีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 462 ร้าน เป็นร้านรางวัลสามดาวมิชลิน 1 ร้าน, สองดาวมิชลิน 7 ร้าน, หนึ่งดาวมิชลิน 28 ร้าน, รางวัล บิบ กูร์มองด์ 156 ร้าน และร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected อีก 270 ร้าน โดยมิชลิน 3 ดาว ได้แก่ร้านอาหารศรณ์ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จร้านแรกในประเทศไทย นับตั้งแต่ที่มีการจัดทำคู่มือมิชลินในไทยครั้งแรกเมื่อปี 2560

นายเกว็นดัล กล่าวว่า คู่มือฉบับปีล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรร รวมทั้งสิ้น 462 แห่ง เป็นร้านที่ได้รับรางวัล ‘สามดาวมิชลิน’ 1 ร้าน (เลื่อนระดับจาก ‘สองดาวมิชลิน’), รางวัล ‘สองดาวมิชลิน’ 7 ร้าน (เลื่อนระดับจาก ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ 1 ร้าน), รางวัล ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ 28 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 4 ร้าน และเลื่อนระดับจาก MICHELIN Selected 1 ร้าน), รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ 156 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 20 ร้าน) และร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected อีก 270 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 44 ร้าน) โดยในจำนวนร้านใหม่ที่ติดอันดับครั้งแรกในคู่มือฯ ฉบับล่าสุดซึ่งเป็นฉบับที่ 8 ของไทย เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่ง ‘มิชลิน ไกด์’ ขยายขอบเขตเข้าดำเนินการสำรวจและจัดอันดับเป็นปีแรก รวมทั้งสิ้น 20 ร้าน (ร้านระดับ ‘บิบ กูร์มองด์’ 5 ร้าน และร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected 15 ร้าน)

Advertisement

ทั้งนี้ สำหรับรางวัล ‘ดาวมิชลินรักษ์โลก’ หรือ MICHELIN Green Star มีร้านใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง คือ ‘บ้านเทพา’ ที่ไม่เพียงมีแนวปฏิบัติด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แต่ยังขับเคลื่อนชุมชนให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย จังหวัดชลบุรี ซึ่ง ‘มิชลิน ไกด์’ ขยายขอบเขตเข้าดำเนินการสำรวจและจัดอันดับเป็นปีแรก มีร้านอาหารได้รับการตีพิมพ์ในคู่มือฯ รวมทั้งสิ้น 20 ร้าน เป็นร้านระดับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ 5 ร้าน และร้านแนะนำ 15 ร้าน

“ศรณ์” ร้านอาหารไทย ร้านอาหารแรกของไทยที่คว้า 3 ดาวมิชลีน

นายเกว็นดัล กล่าวว่า แนวโน้มและทิศทางวงการอาหารของไทยจากการสำรวจโดยผู้ตรวจสอบของมิชลิน ไกด์ พบว่ามีร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร้านอาหารเหล่านี้ดำเนินการโดยเชฟผู้มีความสามารถชาวไทย ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี เคยผ่านประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ และ/หรือ ศึกษาศาสตร์การทำอาหารสไตล์ตะวันตก โดยเชฟเหล่านี้ริเริ่มก่อตั้งธุรกิจร้านอาหารในจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนออาหารไทยดั้งเดิมในรูปแบบที่ทันสมัยและดูน่าสนใจ ส่งผลให้ “อาหารไทยร่วมสมัย” ก้าวข้ามขีดจำกัดที่มีอยู่เดิม

นายเกว็นดัล กล่าวว่า อุตสาหกรรมร้านอาหารหรูประเภท ‘ไฟน์ ไดนิ่ง’ (Fine Dining) ในไทย ยังดึงดูดเชฟชาวต่างชาติจากทั่วโลกให้เข้ามาทำงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเชฟท้องถิ่น และมีบทบาทในการฝึกฝนทีมงานร้านอาหารรุ่นใหม่ อีกทั้งประเด็นเรื่องความยั่งยืนและการจัดหาวัตถุดิบภายในท้องถิ่นยังได้รับความสนใจแพร่หลายมากขึ้นในไทย โดยเชฟใส่ใจเลือกใช้วัตถุดิบภายในท้องถิ่นมากขึ้นและประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตรายย่อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวโน้มดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้เชฟท้องถิ่นริเริ่มนำเสนอสิ่งใหม่และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งกว่านั้น ยังเห็นได้ชัดว่ามีภัตตาคารสไตล์เรียบง่ายและร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนหนึ่งถ่ายทอดสูตรอาหารจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวและรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ ภัตตาคารและร้านอาหารประเภทดังกล่าวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่สามารถหาอาหารคุณภาพเยี่ยมหลากรูปแบบทานได้ในราคาสบายกระเป๋า

นายเกว็นดัล กล่าวว่า ร้าน ศรณ์ สร้างประวัติศาสตร์ คว้า ‘สามดาวมิชลิน’ มาครองเป็นร้านแรกในไทย จากปีแรกได้ 1 ดาว ปี 2 ได้ 2 ดาว โดยศรณ์ เป็นร้านอาหารใต้ที่ถ่ายทอดศิลปะการปรุงอาหารผ่านฝีมืออันเป็นเลิศ ตลอดจนการผสมผสานอย่าง ลงตัวระหว่างตำรับโบราณและนวัตกรรมสมัยใหม่ ทุกจานรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต พิถีพิถัน และลุ่มลึก นำเสนอประสบการณ์การรับประทานที่น่าตื่นเต้นและกลมกล่อมอย่างไม่มีที่ติ ก้าวสู่การเป็นร้านอาหารระดับตำนานในฐานะที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดระดับ ‘สามดาวมิชลิน’ มาครองเป็นร้านแรกในประเทศไทย

นายเกว็นดัล กล่าวว่า รางวัล ‘สองดาวมิชลิน’ มีร้านติดอันดับเพิ่มหนึ่งแห่ง คือ ‘โค้ท บาย เมาโร โคลาเกรคโค’ ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2568 มีร้านอาหารคว้ารางวัลระดับ ‘สองดาวมิชลิน’ เพิ่มขึ้นเพียงร้านเดียว โดยได้รับการเลื่อนระดับจาก ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ คือ โค้ท บาย เมาโร โคลาเกรคโค ร้านอาหารที่นำเสน่ห์แห่งรสชาติจากเฟรนช์ริเวียราสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ผสานกลิ่นอายจากเมดิเตอร์เรเนียน ฝรั่งเศส และอิตาลี ทุกจานอาหารรังสรรค์ด้วยเทคนิคอันล้ำสมัยจากวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ดีที่สุดในแต่ละวันเพื่อสร้างสรรค์เมนูอันเป็นเอกลักษณ์ โดยร้านอาหาร บ้านเทพา, เชฟส์เทเบิล, กา, เมซซาลูน่า, อาหาร และซูห์ริง ยังคงครองสถานะ ‘สองดาวมิชลิน’ เอาไว้ได้ ทำให้ประเทศไทยมีร้านระดับ ‘สองดาวมิชลิน’ จำนวนทั้งสิ้น 7 ร้าน

นายเกว็นดัล กล่าวว่า รางวัล ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ มีร้านติดอันดับเพิ่มขึ้น 5 ร้าน สำหรับรางวัล ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ ซึ่งมีร้านใหม่ติดโผ 5 ร้าน ในจำนวนนี้ 4 ร้านได้รับการจัดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย เป็นครั้งแรก ส่วนอีก 1 ร้านได้รับการเลื่อนระดับจากร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected

นายเกว็นดัล กล่าวว่า ร้านใหม่ระดับ ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ ที่ติดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย เป็นครั้งแรก ได้แก่ อัคคี ร้านอาหารที่สร้างความประทับใจด้วยเมนูอาหารไทยรสจัดจ้านจากภูมิภาคต่าง ๆ เสิร์ฟในบรรยากาศสุดพิเศษท่ามกลางแสงสลัว ใช้เทคนิคการทำอาหารที่พิถีพิถันในครัวที่เรียบง่าย โดยปรับสูตรอาหารไทยคลาสสิกให้เข้ากับวัตถุดิบตามฤดูกาล ทำให้อาหารมีเอกลักษณ์และรสชาติที่ชัดเจน, เอวองท์ ร้านอาหารที่เชฟชาวสิงคโปร์รังสรรค์อาหารโดยผสานเทคนิคดั้งเดิมและสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด, โกท ร้านอาหารที่ผสมผสานองค์ประกอบของอาหารไทย จีน และตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาดภายใต้แนวคิดฤดูกาลของไทย โดยใช้ทั้งสมุนไพรที่ปลูกในร้านและวัตถุดิบจากทั่วประเทศไทย และ อาวลิส ร้านอาหารสไตล์ “เชฟส์ เทเบิล” ที่นำเสนอเทสติงเมนูหลายคอร์สจากวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยและเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในบรรดาร้านใหม่ติดอันดับ ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ มี 2 ร้านที่ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร คือ อัคคี ในจังหวัดนนทบุรี และ อาวลิส ในจังหวัดพังงา

นายเกว็นดัล กล่าวว่า ส่วนร้านใหม่ระดับ ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ ที่เลื่อนระดับจากร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected เพียงหนึ่งเดียว คือ โคด้า ร้านอาหารที่เชิดชูแก่นแท้ของอาหารไทยท้องถิ่น พร้อมผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่เพื่อสร้างอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทุกเทสติงเมนูรังสรรค์อย่างประณีต อัดแน่นไปด้วยรสชาติที่ละเอียดอ่อนและมีมิติอย่างล้ำลึก

ขณะที่ ร้านเจ๊ไฝ ได้ 1 ดาวมิชลิน ติดต่อกันเป็นปีที่ 8

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีร้านอาหารที่ได้รับการการันตีคุณภาพถึง 3 ดาวมิชลินแล้ว ไม่ว่าจะกี่ร้านก็สะท้อนถึงคุณภาพร้านอาหารของไทย ทำให้ในปีต่อไปทุกคนจะมีแรงบันดาลใจในการก้าวสู่ดาวที่มีระดับสูงขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดคือ ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงอาหารของไทย และยกระดับความสามารถในการทำธุรกิจ โดยร้านอาหารที่ได้รับมิชลิน ไกด์ ขายได้มากขึ้นกว่า 80% ถือเป็นการสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารของไทย และเศรษฐกิจไทยในภาพรวมด้วย

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ในด้านการต่อยอดเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย ททท.จะดึงเชฟร้านอาหารมิชลินเหล่านี้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อประชาสัมพันธ์ในด้านอาหาร ชูวัฒนธรรมไทย โดยอาจมีการจัดทำภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงอาหารไทย รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อาทิ มิชลิน ฟู๊ด เฟสติวัล การจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยเชฟมิชลิน และวัตถุดิบด้านอาหาร ที่ถูกคัดสรรและมีเรื่องราวเฉพาะตัว เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการท่องเที่ยวเชิงอาหารมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮลั่น! ร้านอาหารใต้ ศรณ์ สร้างประวัติศาสตร์ คว้า มิชลินสามดาว แห่งแรกในไทย