‘ไอแบงก์’เปิดประมูลสรรหาพันธมิตรมี.ค.นี้ โวต่างชาติให้ความสนใจมาร่วมทุน

25.02.16 | 08:23 น.

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้ ธนาคารจะสรรหาพันธมิตร โดยใช้วิธีการเปิดประมูล ให้นักลงทุนที่สนใจเสนอราคาและสัดส่วนการร่วมทุนเข้ามา คาดว่าจะได้พันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมทุนในช่วงกลางปี 2559 นี้ โดยขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมติดต่อผู้สนใจ ซึ่งมีนักลงทุนสถาบันการเงิน และกองทุนต่างประเทศแสดงความสนใจจำนวนมาก และเริ่มทยอยเซ็นสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล แล้ว หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการเปิดประมูลรอบแรก ผู้สนใจเข้ามาทำดีลดิลิเจนซ์ เปิดประมูลรอบที่ 2 เจรจาเงื่อนไขราคา และประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อโอนหุ้นและชำระราคา

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ในช่วงปลายปีเมื่อมีความชัดเจนเรื่องพันธมิตร หลังจากนั้น ในช่วงไตรมาส 3 พันธมิตรจะเริ่มเข้ามาบริหาร และภายในสิ้นปีนี้ ไอแบงก์จะเป็นสถาบันการเงินที่พร้อมให้บริการกลุ่มลูกค้ามุสลิม และลูกค้าทั่วไปทั้งในประเทศ และต่างประเทศ หลังจากนั้น ไม่เกิน 24 เดือน หรือภายในปี2561 ธนาคารก็จะกลับมาแข็งแรง

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า พันธมิตรที่เข้ามา นอกจากความแข็งแกร่งทางด้านฐานะการเงินแล้วต้องมีความรู้ เชี่ยวชาญการบริหารสถาบันการเงิน มีผลิตภัณฑ์การเงินที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม และมีช่องทาง หรือเครือข่ายการบริการที่หลากหลาย โดยหลังจากประมูลได้พันธมิตรแล้ว ธนาคารจะดำเนินการออกและจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเสนอขายให้พันธมิตรแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) โดยยังคงรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 25.5% ซึ่งพันธมิตรจะต้องใส่เงินเพิ่มทุนเข้ามาให้ธนาคาร เพื่อให้ธนาคารมีสถานะเงินกองทุน หรือ บีไอเอส (BIS Ratio) ในระดับไม่ต่ำกว่า 8.5% จากปัจจุบันที่ธนาคารมีฐานะเงินกองทุนติดลบอยู่ 21.1% สำหรับเงินเพิ่มทุนที่พันธมิตรจะใส่จะเป็นเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับสัดส่วนและราคาหุ้นที่จะมีการเจรจาตกลงกัน

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (คนร.) กำหนดว่า ภาครัฐจะต้องถือหุ้นในไอแบงก์ไม่ต่ำกว่า 25.5% เพื่อให้มีสิทธิ์ในการออกเสียง จากปัจจุบันที่ภาครัฐถือหุ้นรวมกันอยู่ประมาณ 88% แยกเป็นกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 48.5% และธนาคารออมสินถืออยู่ในสัดส่วน 39.8% นั่นหมายความว่าพันธมิตรใหม่คงจะเข้ามาถือหุ้นได้ไม่เกิน 74.5% ซึ่งนักลงทุนที่สนใจมีแต่นักลงทุนต่างประเทศ ไม่มีนักลงทุนไทย ดังนั้น การที่ต่างชาติจะเข้ามาถือหุ้นใหญ่ ก็ไม่ได้มีปัญหา เพราะปัจจุบันก็มีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งที่มีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกิน 80% นอกจากนี้ แม้ว่าต่างชาติจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ไอแบงก์ก็ยังคงสถานะเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพราะตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการตั้งงบรรษัทบริหารสินทรัพย์ หรือเอเอ็มซีนั้น กระทรวงการคลังจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะต้องให้แล้วเสร็จก่อนที่พันธมิตรใหม่จะเข้ามา หรือให้แล้วเสร็จก่อนกลางปี 2559 นี้ โดยเอเอ็มซีจะรับโอนหนี้เสียในส่วนที่ไม่ใช่ลูกหนี้มุสลิม ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาทออกไปบริหาร ส่วนหนี้ดีที่มีอยู่ 5 หมื่นล้านบาทนั้นยังคงอยู่ที่ธนาคาร

Advertisement

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า สำหรับสถานะกิจการของธนาคารล่าสุด ธนาคารมีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท มีหนี้เสียอยู่กว่า 4 หมื่นล้านบาท หนี้ดี 5 หมื่นล้านบาท มีฐานะเงินกองทุนติดลบอยู่ 21.1% และยังมีขาดทุนสะสมอยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนบริษัทลูก หรือ บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) นั้น ปัจจุบันผลการดำเนินงานก็ปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มองว่ามีโอกาสในการเติบโต รองรับการบริการลูกค้ารายย่อยได้ดี ซึ่งบริษัทอะมานะฮ์ฯ ก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดีของธนาคาร