อีวีมาแรง!! ปณท เปิดแผนยกเครื่องรถไฟฟ้าส่งไปรษณีย์ ตั้งเป้า 5 ปี เปลี่ยนหมื่นคัน
///
นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ผู้ให้บริการส่งของทางไปรษณีย์ บริการส่งด่วน (EMS) บริการไปรษณีย์ลงทะเบียน (R) บริการส่งของใหญ่ (Logispost) ตรวจสอบสถานะหรือเช็คเลขพัสดุ เปิดเผยถึงการที่ ปณท. มีโครงการที่จะนำรถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในระบบงานไปรษณีย์
วัตถุประสงค์เพื่อ 1.ส่งเสริมภาพลักษณ์และนโยบายรัฐบาล ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางเสียงที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคม และ 2.ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งได้นำร่องใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้กับงานนำจ่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในระยะแรกและจะขยายผลการใช้งานไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านำร่องใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่นำจ่าย รวมถึงเจ้าหน้าที่ของ ปณท ที่มีความสนใจจะเปลี่ยน

ตามแผนงานมีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าที่จะนำมาใช้งานในอนาคต ดังนี้ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
ปี 2568 จำนวน 683 คัน
ปี 2569 จำนวน 65 คัน
ปี 2570 จำนวน 65 คัน
ปี 2571 จำนวน 68 คัน
ปี 2572 จำนวน 90 คัน
สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ปี 2568 จำนวน 200 คัน
ปี 2569 จำนวน 200 คัน
ปี 2570 จำนวน 2,000 คัน
ปี 2571 จำนวน 3,000 คัน
ปี 2572 จำนวน 3,000 คัน
ทั้งนี้ การดำเนินการเกี่ยวกับแผนงานโครงการต่าง ๆ ในการดูแลสิ่งแวดล้อมของแต่ละแผนงาน มีการกำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์การดำเนินงานของแต่ละแผนไว้อย่างชัดเจน เช่น แผนการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในระบบงานไปรษณีย์ ในปี 2567
ส่วนการนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้งาน ปัจจุบัน ปณท ได้อนุมัติแนวทางในการนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้ในระบบไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการการปรับปรุงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการจัดหาจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้กับเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่มีความสนใจ ปรับเปลี่ยนจากการใช้รถจักรยานยนต์แบบเดิมที่ใช้งานอยู่มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
นายดนันท์ ตอบข้อซักถาม มีแผนจะดึงพันธมิตรเข้าโครงการหรือไม่ นั้น ด้วย ปณท เป็นหน่วยงานรัฐที่มีสาขาครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและมีเจ้าหน้าที่นำจ่ายมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ความรับผิดชอบ รู้ลึก รู้จริง เกี่ยวกับงานนำจ่ายสิ่งของทำให้หน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เห็นความสำคัญและจุดแข็งที่ ปณท มีอยู่ให้การสนับสนุนและร่วมมือเกี่ยวกับโครงการการดูแลสิ่งแวดล้อมของ ปณท เช่น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) รวมถึงสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนทางด้านแหล่งเงินทุน ในการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการดูแลสิ่งแวดล้อมของ ปณท เป็นต้น

” แนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ ปณท นอกจากการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานในระบบงานไปรษณีย์แล้ว ปณท ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในเรื่องอื่น ๆ ที่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้ ปณท ก้าวสู่องค์กรที่เป็น Net Zero ในปี 2593 โดยมีแผนงาน ได้แก่ แผนการปรับเส้นทางขนส่ง (Route Optimization) โดยจะทำการศึกษาแลพิจารณาเส้นทางขนส่งไปรษณีย์และปรับปรุงเส้นทางการขนส่งถุงไปรษณีย์, แผน Zolar PV Rooftop เป็นการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยพิจารณาติดตั้ง ณ ที่ทำการ/อาคารสถานที่ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ามาใช้ในระบบงานไปรษณีย์ และแผนส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นการรวบรวมกล่อง ซอง และขยะที่เกิดจากระบบไปรษณีย์และอื่น ๆ เพื่อนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง หรือเข้าสู่กระบวนการแปรรุปเพื่อเป็นวัสดุและอุปกรณ์ใช้งานระบบงานไปรษณีย์ อีกครั้งหนึ่ง เป็นต้น” นายดนันท์ กล่าว
สำหรับปัญหาหรืออุปสรรคการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ เช่น ความเพียงพอขอสถานีชาร์จ ความคุ้มค่าของต้นทุน หรือ กระแส EV เริ่มแผ่ว หลังหลายพื้นที่เจอปัญหาน้ำท่วมมีผลต่อรถอีวีเสียหายสูง เป็นต้น นั้น นายดนันท์ กล่าวว่า การนำรถยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้งานในระบบงานไปรษณีย์ เป็นเรื่องใหม่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของตัวรถ คุณภาพการใช้งาน ราคา เป็นต้น เพื่อประเมินความพร้อมและความคุ้มค่าในการนำยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในระบบงานไปรษณีย์
ซึ่งปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นในการนำยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้งาน ดังนี้
1. การบริหารเวลาในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าใช้ระยะเวลาในการชาร์จแบต ประมาณ 8 ชั่วโมง (เวลาในการชาร์จแบตฯ 0 – 100%) ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานต้องบริหารจัดการเรื่องเวลาในการชาร์จแบตรถยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะสมพร้อมสำหรับการใช้งาน คำนวณระยะทางเวลาในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละครั้งให้เพียงพอของระยะทางกับแบตเตอรี่ที่มีอยู่
2. จากการทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไปใช้งานจริง ณ สถานที่ปฏิบัติงาน ประกอบกับการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น ทราบว่าปัญหาการใช้งานส่วนใหญ่ เกิดจากแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้าสามารถเสื่อมสภาพได้ตามการใช้งาน โดยอาจส่งผลให้ระยะทางที่สามารถขับได้ลดลงตามอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ และอาจต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ในระยะยาว ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
ค่อนข้างสูง ปณท คำนึงถึงปัญหาและอุปสรรคการใช้งานที่อาจเกิดขึ้น จึงเลือกใช้วิธีการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าแทนการซื้อ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่อาจที่เกิดจากการใช้งานได้

