หน้าแรก เศรษฐกิจ คิดเห็นแชร์ :...

คิดเห็นแชร์ : ธุรกิจบริการ โกยโอกาสโค้งสุดท้าย

30.11.24 | 11:35 น.

การท่องเที่ยวในช่วงปลายปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของไทย ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการฟื้นฟูภาคธุรกิจในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา และยังเป็นช่วงที่มีทั้งเทศกาลและกิจกรรมมากมาย เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริม Soft power ด้วยวัฒนธรรมที่เป็นเสน่ห์ของไทย ให้เป็นจุดเด่นของประเทศในสายตาชาวต่างชาติ ตามนโยบายที่ภาครัฐและนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้น และนำไปสู่การผลักดันธุรกิจอื่นๆ การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น การจ้างงาน และเพิ่มศักยภาพธุรกิจบริการของประเทศ

ภาคบริการเป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย โดยปี 2566 ภาคบริการมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 61 ของ GDP ไทย คิดเป็นมูลค่ากว่า 10.9 ล้านล้านบาท มีจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่กว่า 803,251 ราย มีการจ้างงานกว่า 21.34 ล้านคน ซึ่งช่วงเทศกาลปลายปี นับเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวของไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ธุรกิจบริการซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งหลักของไทยจึงมีโอกาสสร้างรายได้มหาศาลในช่วงปลายปีนี้ 

เมื่อพิจารณาถึงโอกาสที่ธุรกิจบริการจะสามารถเติบโตและเชื่อมโยงกับเทศกาลท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้น ธุรกิจที่น่าจับตามอง ได้แก่ ธุรกิจที่พักแรมและบริการด้านอาหาร โดยข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในปี 2566 พบว่า ธุรกิจกลุ่มดังกล่าวมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP) ถึง 9.45 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.65 ของ GDP ไทย โดยมีจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 41,233 ราย มีการจ้างงานอยู่ที่ 1.56 ล้านคน และเป็นธุรกิจที่รองรับนักท่องเที่ยวโดยตรง ในช่วงเทศกาลต่างๆ อาทิ เทศกาลลอยกระทง และเทศกาล Countdown นักท่องเที่ยวต่างเข้าใช้บริการที่พักและร้านอาหารเป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะจัดโปรโมชั่น และเตรียมแผนบริการที่รองรับและตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว 

อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามอง ได้แก่ ธุรกิจบริการรับจัดงาน อยู่ในกลุ่มธุรกิจกิจกรรมการบริหารและการบริการสนับสนุน ซึ่งในปี 2566 มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP) ถึงกว่า 2.31 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.12 ของ GDP ไทย มีจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 53,484 ราย โดยเฉพาะธุรกิจบริการรับจัดงาน มีการจ้างงานอยู่ที่ 25,145 คน ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้มีมากมาย อาทิ เทศกาล Countdown เทศกาลอาหาร และเทศกาลแสงสี ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจรับจัดงานให้ขยายตัวและมีการจ้างงานมากขึ้น อีกทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจเกี่ยวกับการจัดประชุมและการแสดงสินค้า (MICE) ของไทย ให้มีศักยภาพสู่เวทีโลก 

อีกหนึ่ง ธุรกิจที่มีโอกาสในช่วงปลายปี คือ ธุรกิจขายปลีก ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนของ GDP ไทยสูง โดยปี 2566 ธุรกิจการขายส่ง การขายปลีก และการซ่อมแซมยานยนต์มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP) ประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.69 ของ GDP ไทย มีจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 306,552 ราย และมีการจ้างงานในธุรกิจขายปลีกถึง 2.89 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมูลค่าและการจ้างงานที่สูง โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ/มินิมาร์ต ที่มีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี เนื่องจากสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ง่าย และขายสินค้าที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ที่จัดขึ้นในหลายจังหวัด จะสามารถกระจายรายได้สู่ผู้ค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เป็นจำนวนมาก

Advertisement

ช่วงโค้งสุดท้ายของปี เป็นช่วงที่ประเทศไทยจะมีรายได้ไหลเวียนเข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการจัดกิจกรรมและเทศกาลต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงมีการส่งเสริมจากภาครัฐ ผ่านนโยบาย Soft Power และการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็น World Class Event Hub ภาครัฐและภาคเอกชนจึงควรร่วมมือกันผลักดันให้ธุรกิจบริการไทย สามารถใช้และต่อยอดจุดแข็งและศักยภาพที่มีอยู่ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศในช่วงดังกล่าว ดังนี้

1.ประชาสัมพันธ์ธุรกิจที่พักแรมและบริการด้านอาหารของผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการในท้องถิ่น ให้เป็นจุดขายของจังหวัด ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ทำธุรกิจโดยยึดความยั่งยืนและคำนึงถึงชุมชนท้องถิ่น อาทิ การบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้า/ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นพร้อมทั้ง ส่งเสริม Soft Power และใช้การบอกเล่าเรื่องราวและวัฒนธรรม (Storytelling) ของสินค้า เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทย เพื่อให้ร้านค้าสามารถเติบโตและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนในช่วงไฮซีซั่น

2.ส่งเสริมธุรกิจบริการให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน อาทิ การใช้ QR Code ในการจ่ายเงิน การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การให้ข้อมูลโปรโมชั่นผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ และการทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อลดการใช้กระดาษ รวมทั้งการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย

3.ส่งเสริมและจัดโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยและลดค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการธงฟ้า และโครงการสมาร์ทโชห่วย

4.อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้งในส่วนของข้อมูลประชาสัมพันธ์ด้านการค้า ข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยว และข้อมูลงานจัดแสดงสินค้า 

สำหรับภาคเอกชนก็ควรใช้ช่วงเทศกาลปลายปีนี้เป็นโอกาสในการปรับตัวและพัฒนาธุรกิจบริการใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า สอดรับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการค้า เท่าทันเทคโนโลยี และส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาประเทศในระยะกลางและระยะยาวของภาครัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจบริการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน 

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ 

ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)