หน้าแรก เศรษฐกิจ ภูเก็ต เมืองล...

ภูเก็ต เมืองลักชัวรี่ ไม่มีโลว์ซีซั่น ดันราคาที่ดินโตก้าวกระโดด 700%

30.11.24 | 16:25 น.

ภูเก็ต เมืองลักชัวรี่ ไม่มีโลว์ซีซั่น ดันราคาที่ดินโตก้าวกระโดด 700%

ภูเก็ต – วันที่ 30 พฤศจิกายน นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือCPN เปิดเผยว่า เมืองภูเก็ตถือเป็น Top destination for Global Jetsetter เทียบชั้นเมืองตากอากาศหรูระดับโลกอย่าง ฮาวาย, โมนาโก, ซานโตรินี, ไมอามี่ ยังคงมีการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ และท่องเที่ยว คาดการณ์ปี 2567 นี้ มีรายได้การท่องเที่ยว 5 แสนล้านบาท โตจากปีก่อนหน้าที่ 28% และเป็นจังหวัดที่มีไฮซีซั่นตลอดทั้งปี มีการใช้จ่ายต่อหัว 34,336 บาทต่อคน สูงสุดในประเทศ และคาดปีนี้จีดีพีของภูเก็ตจะเติบโต 20%

โดยมี 5 จิ๊กซอว์สำคัญทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองชายทะเลหรูระดับโลก 1. World-Class Infrastructure สนามบินนานาชาติภูเก็ต เตรียมขยายเฟส 2 คาดเสร็จปี 2572 เพื่อรองรับนทท.ได้กว่า 18 ล้านคน ปัจจุบันรองรับได้ 16 ล้านคน นักท่องเที่ยว Top 5 คือ รัสเซีย, จีน, อินเดีย, ออสเตรเลีย, อังกฤษ ปัจจุบัน มีเที่ยวบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเข้าสนามบินเกือบ 100,000 เที่ยวบินต่อปี เฉลี่ย 300 เที่ยวบินต่อวัน รองรับผู้โดยสารต่างชาติ 10 ล้านคนต่อปี เฉลี่ย 30,000 คนต่อวัน โดยมีเที่ยวบิน บินตรงสู่เมืองสำคัญทั่วโลก เช่น ดูไบ โดฮา และออสเตรเลีย , Private Jet Terminal ระดับ 5 ดาวแห่งแรก ปัจจุบันมี Private Jet บินเข้าภูเก็ตเฉลี่ย 156 ลำ/ปี
 
2. Luxurious shopping & Dining ประสบการณ์ช้อปปิ้งแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก ซึ่งเซ็นทรัล ภูเก็ต คือ Luxury mall หนึ่งเดียวนอกกรุงเทพฯ ที่มีลักชัวรีแบรนด์รวมกว่า 15 แบรนด์ และล่าสุด Su Va Na ร้านอาหารใต้น้ำที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ได้รางวัล The World’s culinary award จากดูไบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ท่องเที่ยวทั่วโลก อย่าง โมนาโก ที่มี Flagship ลักชัวรีแบรนด์ดังมากมาย และเมืองในริเวียรา เช่น Cannes และ Saint-Topez ที่มีถนนช้อปปิ้งอย่าง Boulevard de la Croisette ที่เต็มไปด้วยแบรนด์ไฮเอนด์ ดึงดูด     เซเลบริตี้มหาเศรษฐีทั่วโลก
 
 3. Ultra-Luxury Properties & Hospitality ภูเก็ตมี Luxury Residences กว่า 17 โครงการ ที่มีมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ได้ชื่อว่าเป็นเมือง อสังหาฯ ระดับหรู เป็นที่ต้องการของกลุ่มเศรษฐีทั่วโลก ติด Top 4 ของโลก รองจาก ดูไบ ฟลอริดา และ นิวยอร์ก ราคาที่ดินโตก้าวกระโดดในรอบ 20 ปี เพิ่มขึ้นถึง 700% โดยเฉพาะ หาดราไวย์ ที่ราคาที่ดินปรับตัวสูงสุด และ ‘ย่านบางเทา’ ที่ถูกขนานนามว่า ทองหล่อแห่งภูเก็ต

4. Exclusive Activities มีท่าเรือ Superyachts 5 แห่ง ได้แก่ ยอร์ทเฮเว่น มารีน่า, อ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า, รอยัล ภูเก็ต มารีน่า, โบ๊ทลากูน มารีน่า, ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง สนามกอล์ฟมาตรฐานระดับโลก 16 แห่ง ร้านอาหารมิชลินระดับหรู 28 ร้าน

5. A Global Hub for Health & Education โรงพยาบาลชั้นนำระดับโลก 9 แห่ง ยกระดับภูเก็ตให้เป็น Medical hub และโรงเรียนนานาชาติ 13 แห่ง
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาที่ดินในภูเก็ตปรับตัวสูงขึ้นมาก เช่น โซนรอบๆเซ็นทรัล ตอนนี้ราคาตารางวาละ 8 แสนบาท โซนป่าตอง ลากูน่า เชิงทะเล บางเทา ไม้ขาว เป็นต้น โดยเฉลี่ยราราติดหาดอยู่ที่ไร่ละ 100 ล้านบาท และหายากมากขึ้น โดยแสนสิริยังคงมองหาที่ดินในภูเก็ตรองรับแผนการเติบโตอีก 5 ปี

Advertisement

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) กล่าวว่า ราคาที่แพงสุดในภูเก็ตปี 2567 ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว และย่านอาศัยของชาวต่างชาติ โดยที่ดินแพงสุด ยังอยู่หาดป่าตอง ซึ่งปรับขึ้นจากปี 2566 อย่างก้าวกระโดด จาก 250 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 370 ล้านบาทต่อไร่

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับราคาที่ดินในภูเก็ต มีปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ขึ้นอยู่กับทำเล ซึ่งราคาสูงสุดอยู่ที่ป่าตอง หากติดหาดเฉลี่ยอยู่ที่ 300 ล้านบาทต่อไร่ เนื่องจากในอนาคตจะมีการปลดล็อกผังเมืองรวมให้สามารถพัฒนาตึกสูงได้ ส่วนพื้นที่อื่นๆ เช่น บางเทา เชิงทะเล ที่ดินติดหาดอยู่ที่ 150 ล้านบาทต่อไร่ขึ้นไป ถ้าที่ดินอยู่เชิงเขาอยู่ที่ 30-60 ล้านบาทต่อไร่ เป็นต้น