หน้าแรก เศรษฐกิจ พิชัย ปลื้มปิ...

พิชัย ปลื้มปิดดีลเอฟตาค้ายุโรป กระตุ้นส่งออก 15 ประเด็น ขณะที่สหรัฐจ่อเก็บภาษีแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มอีก

1.12.24 | 06:20 น.

พิชัย ปลื้มปิดดีลเอฟตาค้ายุโรป กระตุ้นส่งออก 15 ประเด็น ขณะที่สหรัฐจ่อเก็บภาษีแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มอีก


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทาง EFTA Secretariat (สมาคมการค้าเสรียุโรป) ได้ประกาศความสำเร็จของการเจรจาความตกลงการค้าเสรีเอฟตา-ไทย ที่ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งเป็นข้อสรุปจากหัวหน้าคณะผู้แทนของทุกชาติ วันนี้กระทรวงพาณิชย์จึงขอร่วมประกาศความสำเร็จในโอกาสที่ไทยสรุปผลการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) กับเอฟตา หรือสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Associations) ประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนเร่งดำเนินการเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศคู่ค้าไทยต่างๆ ให้สำเร็จ เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าและบริการ สร้างแต้มต่อทางการค้าให้ผู้ประกอบการของไทย รวมทั้งดึงดูดต่างชาติมาลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ว่าหน่วยงานต่างชาติใดมาพบปะหารือกับรัฐบาลไทยก็จะสนับสนุนการเจรจาเอฟทีเอ อาทิ คณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียนที่ส่งเสริมให้ไทยเจรจา FTA กับคู่ค้าสำคัญ อาทิ เอฟตา สหภาพยุโรป แคนาดา
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สรุปผลการเจรจา FTA กับเอฟตา ได้สำเร็จ โดยครอบคลุมทุกประเด็นภายใต้การเจรจาทั้งหมด 15 เรื่อง ได้แก่ 1.การค้าสินค้า 2.กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า 3.การอำนวยความสะดวกทางการค้า 4.มาตรการเยียวยาทางการค้า 5.มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 6.มาตรการอุปสรรคเทคนิคต่อการค้า 7.การค้าบริการ 8.การลงทุน 9.ทรัพย์สินทางปัญญา 10.การแข่งขัน 11.การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 12.การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน (ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมและแรงงาน) 13.ความร่วมมือด้านเทคนิคและการเสริมสร้างศักยภาพ 14.ประเด็นกฎหมายและการระงับข้อพิพาท และ 15.วิสาหกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs)

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ออกประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนว่า จะจัดเก็บภาษีนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์รอบใหม่จาก 4 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา มาเลเซีย และเวียดนาม หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ผลิตในสหรัฐว่ามีการทะลักไหลของแผงโซลาร์เซลล์จากผู้ผลิตในประเทศเหล่านี้เข้ามาในตลาดสหรัฐซึ่งขายในราคาถูกกว่าอย่างไม่เป็นธรรม

คำประกาศดังกล่าวนับเป็นการตัดสินใจเบื้องต้นครั้งที่ 2 ในปีนี้ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน หลังจากมีการร้องเรียนมาจากบริษัท Hanwha Qcells ของเกาหลี, บริษัท First Solar Inc. ที่มีฐานดำเนินงานในรัฐแอริโซา และผู้ผลิตรายย่อยอื่นๆ ที่ต้องการให้ทางการสหรัฐปกป้องการลงทุนของผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในสหรัฐ ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

ในคำการประกาศดังกล่าวที่มีการโพสต์บนเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ได้มีการคำนวณอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตราระหว่าง 21.31% ถึง 271.2% ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์จากไทย กัมพูชา มาเลเซีย และเวียดนาม โดยบริษัท Jinko Solar ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์สัญชาติจีน จะถูกเรียกเก็บ 21.31% สำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศมาเลเซีย และเก็บในอัตรา 56.51% สำหรับการผลิตในเวียดนาม ขณะที่บริษัท Trina Solar ของจีนเช่นกัน จะถูกเก็บภาษี 77.85% สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย และ 54.46% ที่ผลิตในเวียดนาม อย่างไรก็ดี การตัดสินใจขั้นสุดท้ายของมาตรการนี้กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 18 เมษายนปี 2568 โดยมีสำนักงานการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐจะสรุปการตัดสินใจสุดท้ายในวันที่ 2 มิถุนายนและมีคำสั่งสุดท้ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน