ภัตตาคารบ่นลำบาก คนไทยกินเที่ยวซึมกว่าคาด วอนรัฐหยอดงบหมื่นล้าน เติมเงินใช้จ่ายปีใหม่
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า การบริโภคอาหารนอกบ้าน โดยเฉพาะบริโภคตามภัตตาคารและร้านอาหารยังอยู่ในบรรยากาศซึม จำนวนคนและรายจ่ายต่อหัวอยู่ในระดับต่ำ จากการพูดคุยกับสมาชิกร้านอาหาร สะท้อนว่ากำลังซื้อตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงวันนี้ เงียบกว่า 1-2 เดือนก่อนหน้านั้น วิเคราะห์กันว่ามาจากหลายสาเหตุ ทั้งคนเป็นหนี้สินสูงขึ้น ไม่มีเงินเพียงพอการกินข้าวนอกบ้านเหมือนเคยทำปกติ อีกส่วนต้องการเก็บเงินเพื่อการใช้จ่ายเทศกาลปีใหม่และช่วงตรุษจีนปี 2568 ที่ตรงกับปลายปีเดือนมกราคม บางส่วนกังวลต่อรายได้และเศรษฐกิจในอนาคต รอดูสถานการณ์ทางธุรกิจ ทางเศรษฐกิจ และปัจจัยภายนอกประเทศ ซึ่งหลายฝ่ายยังมองว่ายังไม่ดีขึ้น ยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดหวังไว้ สำหรับภาคท่องเที่ยวเจอปัญหาเดียวกัน โดยเฉพาะในจังหวัดรอง เมืองรอง ที่ไม่ใช่แหล่งเที่ยวหรือจังหวัดที่คนนิยมไปพักผ่อน โดยเฉพาะตอนนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจะได้จากต่างชาติเป็นหลัก คนไทยเที่ยวน้อยมาก และพื้นที่นักท่องเที่ยวนิยมเป็นแบบกระจุกตัว อย่างภูเก็ต พังงา กระบี่ แต่จังหวัดตรังเงียบเหงามาก ทำให้หลายร้านค้าต้องปิดบริการชั่วคราว เพราะไม่อาจแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและลดจ้างแรงงานรายวัน
“คนทำอาชีพร้านอาหารลำบากมาก ดูเหมือนจะดีแต่ลึกๆ แล้วไม่ดี คนรระวังใช้จ่ายสูง ต้องกันเงินจ่ายหนี้ก่อนใช้จ่าย บางส่วนต้องเก็บเพื่อใช้จ่ายหน้าเทศกาล ครึ่งปีหลังนี้ถือว่าค้าขายอาจไม่ได้ดีนัก แม้ดูว่าจะดี อย่างเราผิดหวังกับการใช้จ่ายวันลอยกระทง น่าจะดีแต่กลับกินเที่ยวน้อยมาก ส่วนน้ำท่วมภาคใต้ ส่วนใหญ่เตรียมความพร้อม ได้ทำประกันภัยไว้แล้ว จึงทำให้ความเดือดร้อนอาจไม่เท่าภาคเหนือที่มีแบบกะทันหัน และไม่เคยเกิดขึ้นบ่อย แต่ใต้เขารู้ว่าฝนมากและน้ำแรง ก็มักจะประกันภัยอุบัติเหตุจากน้ำท่วมไว้ด้วย หลายร้านจึงถือโอกาสปิดร้านช่วงฝนหนัก และเดินทางออกมาเที่ยวในภาคอื่นแทน อาจมีบางส่วนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน และเดือดร้อนจากที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมไว้” นางฐนิวรรณกล่าว
นางฐนิวรรณกล่าวว่า สมาคมได้เสนอถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ขอให้รัฐบาลใช้วงเงินงบประมาณ 10,000 ล้านบาทเข้าระบบเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการช่วยเหลือภาระประชาชน โดยเฉพาะช่วยค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าที่พัก อาจให้ประชาชนจ่ายครึ่งรัฐจ่ายครึ่ง เป็นการหยอดเงินที่ตรงจุดที่สุดในตอนนี้ที่จะฟื้นการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง หากจะรอไปใช้มาตรการช่วงโลว์ซีซั่นอาจไม่ทันต่อสถานการณ์โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและการเดินทางจะเป็นช่วงวันหยุดมากกว่าช่วงวันธรรมดา เพราะคนยังติดในเรื่องเวลาการทำงานและวันหยุดต่อเนื่อง
“หวังของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลจะประกาศในกลางเดือนธันวาคมนี้ จะมีเรื่องการลดค่าใช้จ่ายเดินทาง การขนส่ง ในช่วงคนเป็นหนี้มาก การลดค่าใช้จ่ายเดินทาง เงินที่มีอยู่ก็จะใช้กินและเที่ยวได้มากขึ้น ปกติเข้าธันวาคมบรรยากาศเตรียมของเพื่อขาย จองที่พัก หรือแผนเดินทางจะออกมาแล้ว แต่ปีนี้เงียบมาก เพราะคนไม่รู้ว่ารัฐจะออกมาตรการอะไรออกมามั้ย หรือจะเจออะไรอีก การสร้างอารมณ์จากแรงหนุนของภาครัฐเป็นเรื่องสำคัญในตอนนี้ แค่รัฐประกาศว่าหยอดเงิน 1 หมื่นล้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ความคึกคักการเตรียมล่วงหน้าก็จะเกิดทันที” นางฐนิวรรณกล่าว

