หน้าแรก เศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรร...

นิคมอุตสาหกรรม WHA ปลดล็อกภาคการผลิตไทย ให้เติบโตไปพร้อมการลงทุนจากทั่วโลก

2.12.24 | 09:00 น.

นิคมอุตสาหกรรม WHA ปลดล็อกภาคการผลิตไทย ให้เติบโตไปพร้อมการลงทุนจากทั่วโลก

ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ การแข่งขันอันรุนแรง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของธุรกิจทั่วโลก นายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)(WHA ID) ชี้ว่าประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับนักลงทุนจากทั่วโลกอย่างน้อย 5 ปี จึงควรกระตุ้นภาคการผลิต โดยเฉพาะเอสเอ็มอีไทยให้มองหาโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน ย้ำจุดแข็งของการเข้ามาตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ซช่วยให้เข้าถึงสาธารณูปโภคที่มีมาตรฐานสูง การควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ลดอุปสรรค ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนเข้าถึงพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยุคใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อนิคมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

WHAID เป็นผู้บุกเบิกแนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ หรือ Smart Eco Industrial Estate มุ่งเน้นการเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม การพัฒนาสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และการเตรียมพื้นที่สำหรับโรงงานแต่ละประเภทตามมาตรฐานสากล ให้ความใส่ใจในรายละเอียดของการวางผังนิคมฯ การออกแบบถนน ทางเข้าทางออก รวมถึงการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการสนับสนุนการผลิตของอุตสาหกรรมตลอดจนการดำเนินการต่าง ๆ ในนิคม ตัวอย่างเช่น ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์ (Constructed Wetland) ซึ่งใช้กระบวนการทางธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมี จึงเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากนั้น จุดแข็งที่สำคัญของนิคมอุตสาหกรรมของ WHA คือการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมด้วยศูนย์ปฏิบัติการแบบรวมศูนย์ หรือ Unified Operation Center (UOC) ซึ่งสามารถมอนิเตอร์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทุกอย่างได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอากาศ โดยวัดค่าNOX ไนโตรเจนออกไซด์ ม SOX ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ , และฝุ่นละอองตลอด 24 ชั่วโมง, วัดน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดก่อนปล่อยลงสาธารณะ ตลอดจนตรวจสอบระบบจราจรผ่าน CCTV หรือติดตามตรวจสอบระดับน้ำ เพื่อป้องกันและรับมือกับปัญหาน้ำท่วม โดยข้อมูลจากนิคมทุกแห่งถูกรวบรวมและวิเคราะห์ที่ UOC แห่งเดียว เพื่อให้สามารถจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญ สามารถแจ้งเตือนลูกค้าได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

Advertisement

“การมุ่งใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องทำให้เรามั่นใจว่าสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมยุคใหม่ ซึ่งได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายโดยไม่ต้องลงทุนกับระบบเหล่านี้เอง จ่ายเพียงค่าธรรมเนียมส่วนกลาง เหมือนอยู่หมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโด” นายปจงวิชกล่าว

บทบาทของนิคมอุตสาหกรรม WHA ใน EEC

ปัจจุบัน นิคม ของ WHAID โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นศูนย์กลางการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี การแปรรูปเหล็ก การเกษตรและการบริโภค ฯลฯ ปัจจุบัน WHA สามารถดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น BYD, CHANGAN, MG, GMW ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า Haier แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ

ขานรับการลงทุน Data Center จากทั่วโลก

ธุรกิจ Data Center คือโอกาสอันมหาศาลของประเทศไทย จากการเติบโตของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI, Cloud Computing, Internet of Things, Metaverse ปัจจุบัน มีการลงทุน Data Center ในประเทศไทย โดยล่าสุด Google ได้ตัดสินใจลงทุนสร้าง Data Center แห่งแรกในนิคมอุตสาหกรรม WHA จังหวัด ชลบุรี การเข้ามาตั้ง Data Center ของบริษัทระดับโลกอย่าง Google เป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพของ WHAID ที่โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับ ทั้งทำเลที่ยุทธศาตร์ ติดถนนเส้นหลักเดินทางสะดวกสบาย ใกล้แหล่งพลังงานไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และระบบสำรองไฟ และระบบโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีเสถียรภาพ มีมาตรฐานการเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับการออกแบบของ Data Center และป้องกันน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนขยายธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในไทย เวียดนามและอาเซียน

WHAID ตั้งเป้าหมายพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 2,000 – 2,500 ไร่ต่อปี โดยมีพื้นที่ในทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้แหล่งวัตถุดิบ มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และสามารถเข้าถึงท่าเรือ สนามบิน และเครือข่ายคมนาคมขนส่งได้สะดวก การพัฒนาพื้นที่มีทั้งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล รวมถึงการขยายการลงทุนในเวียดนาม ตลอดจนการมองหาโอกาสใหม่ๆ ในประเทศแถบอาเซียนซึ่งมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างรวดเร็ว

นิคมอุตสาหกรรมยุคใหม่ช่วยเสริมขีดความสามารถเอสเอ็มอีไทย

นอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม โรงงานและ คลังสินค้าสำเร็จรูป (RBF, RBW) และระบบสาธารณูปโภคครบวงจรแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHA ID) คือการวางแนวทางขยายศักยภาพเอสเอ็มอีไทย เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจในการผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องเพื่อป้อนให้กับบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่จากต่างประเทศภายในนิคมอุตสาหกรรม และพร้อมทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร เพื่อส่งเสริมด้าน Ease of Doing Business ลดขั้นตอนยุ่งยาก และผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่กับพัฒนาภาคการผลิตของอุตสาหกรรมไทย
นอกจากนั้น แนวคิด Smart and Eco Industrial Estate ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHAID เพื่อสร้างระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม สามารถตอบโจทย์นักลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต มีการลงทุนสร้างระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด น้ำประปา ระบบขนส่งโลจิสติกส์ และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมไว้พร้อม และยังช่วยให้ผู้ตั้งโรงงานเข้าถึงเทคโนโลยี ความรู้ และเครือข่ายธุรกิจต่างๆ ที่มีพร้อมอยู่แล้ว

สร้างความสำเร็จเอสเอ็มอีไทยใน 5 อุตสาหกรรมไฮเทค

นายปจงวิชย้ำว่า ผมอยู่ในธุรกิจที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทสไทยมา 30 กว่าปี เห็นโอกาสการเติบโตภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด มั่นใจว่า 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยก็ยังคงเป็นจุดหมายหลักสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ตลอดจนศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไทยจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไฮเทคได้อีกมากมาย

“เราต้องการเห็นเอสเอ็มอีไทยเติบโตไปพร้อมกับ FDI และเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนระดับโลก WHAID พร้อมสนับสนุนและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนต่างชาติโดยการเข้ามาตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และสาธารณูปโภค และยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ความรู้ และเครือข่ายธุรกิจต่าง ๆ เอสเอ็มอีไทยควรเกาะติดสถานการณ์ มองหาโอกาสและวางแผนการลงทุนหรือขยายฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งพร้อมจะรับซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนต่างๆ จากผู้ผลิตในไทย

“นิคมอุตสาหกรรมคือปัจจัยสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับประเทศไทย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน พร้อมทั้งส่งเสริมการลงทุนของนักธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมต่อเนื่องสำหรับห่วงโซอุปทานการผลิต ลดอุปสรรค และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาบุคลากร ให้มีทักษะที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จะสร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ดีอย่างต่อเนื่อง เราต้องรวมกันผลักดันศักยภาพของประเทศให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ” นายปจงวิชกล่าวปิดท้าย

ล่าสุดไทยสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดลงทุน FDI สูงสุดในรอบ 10 ปี ตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 มีจำนวนมากถึง 2,195 โครงการ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนถึง 722,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 42* เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก คือกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มเกษตรและแปรรูปอาหาร และกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.boi.go.th/upload/content/FDI3Q24%20final_6721d1cc51105.pdf สถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรายเดือนสะสมปี 2567 (มกราคม-กันยายน), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน