บางจากฯชูสมดุล‘เอไอ’ สร้างอนาคตพลังงานยั่งยืน

3.12.24 | 13:16 น.

บ ริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงาน Greenovative Forum ครั้งที่ 14 “Crafting Tomorrow’s Future with Sustainable Energy and AI” ครบรอบ 40 ปีบางจากฯ ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5

การสัมมนาครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญจากในประเทศและต่างประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับการจัดการด้านพลังงาน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 600 คน

เปิดงานโดย นายประสงค์ พูนธเนศ รักษาการประธานกรรมการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุ AI ช่วยสร้างโอกาสและสร้างการเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย ช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ให้กับสังคมคนไทย ช่วยบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบโดยเฉพาะความยั่งยืนด้วย เนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จ้างงานอาจลดลง ต้องนำมาสู่การคิด วิเคราะห์ ให้สมดุล

ขณะที่แม่ทัพหลัก นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “AI, Energy and Environment” ว่า การนำประโยชน์ของ AI มาใช้ อยู่ภายใต้ความท้าทายในการรักษาความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ แม้ AI จะสร้างประโยชน์เป็นอย่างมากในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและร่นระยะเวลาในการปฏิบัติงานต่างๆ แต่กระบวนการพัฒนาและใช้งาน AI ต้องการพลังงานมหาศาลเช่นกัน ส่งผลต่อทรัพยากรโลก เช่น น้ำและพลังงาน ทำให้ต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงโรงไฟฟ้าซึ่งใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก Small Modular Reactors : SMR ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก

Advertisement

ช่วง 10 ปีหลังจากนี้ทั่วโลกจะบริหารพลังงานอย่างไรเพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงของระบบ อาทิ พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์เมื่อมีหมอกควันโซลาร์ทำงานได้แค่ 30-40% รวมถึงการคำนวณพลังงานลมก็เช่นกัน จึงต้องใช้ AI เข้าช่วย รวมถึงระบบการขนส่งที่ลดต้นทุน เพราะแหล่งผลิตกับแหล่งใช้จะคนละแหล่งกัน เหมือนน้ำมันที่ผลิตก็ไม่อยู่ในมหานคร แต่การใช้กลับเป็นในมหานครนิวยอร์กเยอะ จึงมี 2 ทางเลือก คือ หาแหล่งผลิตเพิ่มเติมที่รับกับระบบสายส่ง

โดยวิวัฒนาการมนุษย์โลกได้พัฒนาการสื่อสารจากการบันทึกเพื่อเก็บข้อมูลเป็น 100 ปีที่ผ่านมา อุปกรณ์ชิ้นแรกจะเป็นกระดานชนวน และเริ่มบันทึกลงสมุุดโดยการเขียน หากวัดประสิทธิภาพการทำงานถือเป็นวิวัฒนาการต่างๆ ในการทำงานจนมาถึงยุคสมัครงาน 40-50 ปีที่ผ่านมา จะมีช่องให้กรอบความสามารถในการพิมพ์ดีดจนมาถึงยุคคอมพิวเตอร์ ทำให้การทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่การพัฒนาจาก 15-16 ปีที่ผ่านมา และก้าวมาสู่ iPhone16 การทำงานแทนที่จะอยู่บน desktop สามารถทำ PowerPoint บนมือถือได้และดีขึ้นจนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นการเปลี่ยนอีกครั้งของโลกคือ ยุคของ AI ทำให้มนุษย์มี Productivity มากยิ่งขึ้น ช่วยย่นเวลา ได้ชิ้นงานมากขึ้นจากเวลาเท่าเดิม และช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์จากการใช้ Generative AI ช่วยให้การทำงานต่อวันเพิ่มมากขึ้น เพราะทำได้ทุกที่และตลอดเวลา ช่วยสรุปประเด็นได้เพียงเสี้ยววินาที

ทั้งนี้ สิ่งที่ตามมาคือการใช้พลังงานที่มากขึ้นระดับ 6-15 เท่า เช่น จากการประมวล AI และใช้พลังงานรวมๆ กันประมาณ 300-1,000 เมกะวัตต์ โดยในอนาคตคาดการณ์ว่าจะพุ่งไปถึง 5 กิกะวัตต์ เทียบเท่ากับพลังงานที่โรงงานน้ำมันบางจาก จำนวน 100 โรงงาน ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือโลกจะต้องหาแหล่งพลังงานอะไรมารองรับปริมาณใช้งาน AI และในตอนนี้ทั่วโลกก็ต่างกำลังหันกลับไปมองพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง ซึ่งประเทศไทยก็ควรศึกษาเช่นเดียวกัน

“ถ้าทุกคนทั้งโลกราว 8,000 ล้านคน จะใช้ไฟมหาศาล และจะเอาแหล่งพลังงานมาจากไหน ทั้ง Google Microsoft และ Amazon ประกาศที่จะซื้อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้เงินมากกว่าแผนถึง 3 เท่า และใช้เวลานาน อีกทั้งเรื่องของการบริหารความปอดภัยและเรื่องใหญ่ที่สุดคือเวลาในการผลิตพลังงาน 30-40 ปี แต่รังสีที่ยังอยู่นานถึง 1 แสนปี”

นายชัยวัฒน์กล่าวด้วยว่า เมื่อท้ายที่สุดแล้วการใช้ดาต้าในปริมาณที่สูง ซึ่งทุกประเทศขณะนี้จะพบกับปัญหาเรื่องของการใช้พลังงานไฟฟ้า แม้แต่ประเทศสหรัฐที่มีขนาดใหญ่ต่างต้องการใช้พลังงานสะอาดที่มีความเสถียรมากขึ้น แม้ที่ผ่านมาพลังงานนิวเคลียร์จะมีปัญหาแต่ก็จะนำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้น กลุ่มบางจากฯ โดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจเช่นกัน

“จุดไหนมีดีมานด์การใช้พลังงานสะอาดมากๆ และเปิดกว้าง กลุ่มบางจากฯ พร้อมที่จะเข้าไปลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จึงขึ้นอยู่กับโอกาส ตอนนี้ได้ศึกษาอยู่ตามแผนต่างๆ ทั้งความเป็นไปได้ที่จะร่วมทุนกับพันธมิตรและเข้าลงทุนเอง ขณะนี้เทคโนโลยี AI เองมีการใช้งานมากขึ้น และกลุ่มนี้จะมีการใช้พลังงานสะอาดในปริมาณมาก รวมไปถึงดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการใช้พลังงานสูงกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ปกติหลายเท่า” นายชัยวัฒน์ระบุ

ส่วนการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และการอยู่ร่วมกันกับ AI อย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานสะอาดทั่วโลกจะต้องใช้เวลา นอกจากนี้การใช้พลังงานของคนทั่วไปล้วนอิงจากพฤติกรรมชีวิตประจำวัน หากลองเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้พลังงานก็น้อยลงตามด้วย นอกจากนี้ การใช้งาน AI ควรใช้งานที่พึงประสงค์เท่านั้น เพราะ AI ยังเป็นสิ่งที่ใช้พลังงานมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานยังมีการพูดคุยระหว่าง นายชัยวัฒน์ กับนายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว The Standard ในช่วงสนทนาพิเศษ (Fireside Chat) ในหัวข้อ “Living Sustainably with AI” สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและการอยู่ร่วมกันกับ AI อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว

น.ส.ชญานิศ โควาวิสารัช Senior Consultant, Net Zero, ERM (สหราชอาณาจักร) กล่าวถึงประสบการณ์จากการทำงานด้านการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน ว่า AI มีศักยภาพอย่างยิ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ และสามารถช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ตั้งแต่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมไปจนถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้น การกำกับดูแลที่เป็นระบบและการวางแผนกลยุทธ์อย่างเร่งด่วนจึงมีความสำคัญ เพื่อให้การพัฒนา AI เป็นไปอย่างยั่งยืนและเหมาะสม

นอกจากนี้ Mr.Carlos Aggio Senior Enterprise AI Value Strategy Executive จาก Accenture (สิงคโปร์) นำเสนอแนวทางการพัฒนานวัตกรรม AI สู่การพลิกโฉมโลกพลังงาน กับเป้าหมายการลดคาร์บอนอย่างยั่งยืน หัวข้อ “Tomorrow’s Innovations Today”

พร้อมด้วย 2 เวทีเสวนา โดย เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ หัวข้อแรก “Smart Solutions for Everyday Wellness” ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล และนายกร วรรณไพโรจน์ ศิลปินวง PROXIE และนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แบ่งปันเทรนด์การใช้ AI ในนวัตกรรมการแพทย์และสาธารณสุข หัวข้อที่สอง “Forward-Looking Organizations: Efficiency Meets Intelligence” น.ส.อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สคูลดิโอ จำกัด และนายรณพงศ์ คำนวณทิพย์ กรรมการผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท มายด์ เอไอ เซาท์อีสเอเซีย จำกัด ร่วมกันแลกเปลี่ยนทัศนคติในการนำ AI เข้ามาปรับใช้ในโลกธุรกิจที่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ

ปิดท้ายด้วย ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร Postdoctoral Researcher at MIT Media Lab และ Co-director of Advancing Human-AI Interaction (AHA) Initiative หัวข้อ “The Next Frontier AI and Future Generation” ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับความสามารถของมนุษย์ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ที่จำเป็นต้องหาจุดร่วมทำให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและเสริมสร้างประโยชน์ซึ่งกันและกัน