ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ “โลกเปลี่ยน…ความท้าทายที่ไทยต้องเผชิญในอนาคต ” ภายในงานอบรม Trade Association’s Presidents Club ( TAP Club) ว่า ขณะนี้ไทยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายของโลก เช่น เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตทุกอย่าง กำลังเข้าสังคมสูงวัย กระแสการต่อต้านการเมืองแบบดั้งเดิม และโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป จึงถือเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะยังมีความเป็นห่วงธุรกิจเอสเอ็มอีที่อาจจะยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น รัฐจะเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนการเชื่อมโยงยกระดับจากภูมิภาคสู่ระดับสากล
ซึ่งในปีนี้เศรษฐกิจโลกยังต้องเจออุปสรรคในหลายด้าน ตั้งแต่ นโยบายการค้าของผู้นำสหรัฐฯ การใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น ปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศแถบยุโรป ส่วนกระทบต่อการส่งออก แต่อย่างไรก็ตาม ไทยยังมั่นใจต่อการผลักดันส่งออกปีนี้โต 5% เพราะทุกภาคส่วนได้มีการปรับตัวและเพิ่มการผลักดันด้านส่งออกภาคบริการและการลงทุนในต่างประเทศ ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้โตตามเป้าหมาย
นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า ในเดือนมีนาคม จะมีการเปิดแผนการปั้นธุรกิจบริการที่เป็นดาวเด่นและอนาคตของประเทศอาทิ ธุรกิจที่ตอบรับความต้องการผู้สูงวัย ธุรกิจด้านการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับอนาคต ธุรกิจต่อยอดจากการท่องเที่ยว และการผลักดันตลาดชุมชน เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยุทธศาสตร์ 20 ปีของกระทรวงพาณิชย์ ช่วงปี 2559-2579) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยเน้นการผลักดันให้ ประเทศไทยเป็นผู้นำการค้าระดับภูมิภาคและเป็นที่หนึ่งในการขายสินค้าเกษตรนวัตกรรม ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และทำให้การส่งออกของไทยสามารถขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การจัดทำโครงการ Trade Association’s Presidents Club หรือ TAP Club ร่วมมือกับภาคเอกชนและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการ เพื่อผลักดันนายกสมาคมการค้าต่างๆเป็นผู้นำในขับเคลื่อนธุรกิจไทย เพิ่มบทบาท ต่อยอด และเชื่อมโยงการเกื้อกูลการทำงานระหว่างกัน แบบเพื่อนช่วยเพื่อน พี่จูงน้อง

