เผยโฉม เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ส่วนขยาย มิกซ์ยูสดีไซน์หรู พลิกโฉม ‘ชิดลม-เพลินจิต’ ย่านช้อปปิ้งโลก
จาก เซ็นทรัลชิดลม ที่ถูกพลิกโฉมสู่ห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรี่ที่กลุ่มเซ็นทรัล ทุ่มเม็ดเงินกว่า 4,000 ล้านบาท เนรมิต พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 12 ธันวาคมนี้แล้ว
สเต็ปต่อไปกลุ่มเซ็นทรัล เตรียมพัฒนาศูนย์การค้า ‘เซ็นทรัล เอ็มบาสซี 2’ ซึ่งเป็นส่วนขยายศูนย์การค้า “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” เดิมที่เปิดบริการมาร่วม 10 ปี นับจากปี 2557 เพื่อต่อจิ๊กซอว์การพัฒนาย่าน “ชิดลม-เพลินจิต” เป็นย่านลักชัวรี่ของกรุงเทพฯ หมุดหมายการช้อปปิ้งระดับโลก
สำหรับ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี 2” เป็นการพัฒนาบนที่ดิน 23 ไร่ อยู่บริเวณด้านหลัง “เช็นทรัล เอ็มบาสซี” มาพัฒนา โดยเป็นที่ดินของกลุ่ม “ฮ่องกงแลนด์” และ “กลุ่มเซ็นทรัล” ที่ร่วมทุนกันคว้าประมูลที่ดิน “สถานทูตอังกฤษ” เดิม ด้วยราคาแพงที่สุดในปี 2561 ด้วยราคาตารางวาละ 2 ล้านบาทหรือร่วม 18,400 ล้านบาท
หลังคว้าที่ดินทำเลทองมาได้ ในขณะนั้นเตรียมเดินหน้าพัฒนาโครงการ ภายใต้ชื่อ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซีส่วนต่อขยาย” โดยปัจจุบันโครงการได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปี 2564
โดยรูปแบบโครงการจะพัฒนาเป็นแบบผสมผสานหรือมิกซ์ยูส ประกอบด้วย ศูนย์การค้าสูง 8 ชั้น พื้นที่รวมประมาณ 70,000 ตารางเมตร และอาคารสำนักงานสูง 36 ชั้น 2 อาคาร สูง 36 ชั้น พื้นที่รวมประมาณ 140,000 ตารางเมตร ในขณะนั้นผู้บริหารเซ็นทรัลประเมินว่าจะใช้เงินลงทุนร่วม 30,000 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนในส่วนของเซ็นทรัลไม่เกิน 13,873 ล้านบาท

ล่าสุด สถานะของโครงการอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานอีไอเออีกครั้ง หลังโครงการมีความประสงค์เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ภายในโครงการและขยายขนาดโครงการ จึงต้องทำรายงานอีไอเอเพิ่มเติม
ทั้งนี้เพื่อให้โครงการมีความสอดรับกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโคและบริบทของสังคม จึงเปลี่ยนแปลงรูปแบบพื้นที่การใช้ประโยชน์บางส่วน โดยปรับลดพื้นที่สำนักงานและเพิ่มการใช้ประโยชน์ส่วนอยู่อาศัยรวม (ให้เช่าระยะยาว) รวมถึงปรับรูปแบบสถาปัตยกรรมส่วนทาวเวอร์ของพื้นที่ส่วนขยาย
ทำให้รูปการพัฒนาโครงการเวอร์ชั่นล่าสุดของโครงการ ”เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่” ส่วนขยาย มีความสูง 53 ชั้น ชั้นห้องเครื่อง 3 ชั้น และชั้นใต้ดิน 6 ชั้น มีจำนวนห้องพักส่วนอยู่อาศัยรวม 141 ห้อง ภายในประกอบด้วย พื้นที่สรรพสินค้า พาณิชยกรรม ห้องโถง สำนักงาน สถานศึกษา ภัตตาคาร ที่อยู่อาศัยรวม (ให้เช่าระยะยาว) ที่จอดรถ ที่สมบูรณ์แบบเทียบเท่าย่านสำคัญในมหานครระดับโลก
โดยจะเชื่อมต่อกับทาวเวอร์ CENTRAL EMBASSY PARK (ส่วนเดิม) เป็นอาคารเดียวกัน โดยเชื่อมต่อที่ชั้นใต้ดิน B5 ถึง B2 และชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 7
หลังได้รับอนุมัติอีไอเอแล้ว คาดว่าโครงการจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างรวมประมาณ 60 เดือน หรือประมาณ 5 ปี หรือภายในปี 2572 โดยจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.ทาวเวอร์ส่วนขยาย จะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างตั้งแต่ขั้นตอนการปรับสภาพพื้นที่ การทำฐานราก จนกระทั่งการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ ประมาณ 60 เดือน
และ 2.อาคารสำนักงานขาย สำหรับพื้นที่อยู่อาศัยรวม (ให้เช่าระยะยาว) จะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง ประมาณ 12 เดือน โดยจะก่อสร้างในเดือนที่ 1-12 และจะรื้อถอนในเดือนที่ 48 ของการก่อสร้าง
ถือเป็นอีกบิ๊กโปรเจ็กต์ที่น่าจับตามอง


