เชื่อท่องเที่ยวไม่กลับไปโตเท่าเดิม แนะมุ่งคุณภาพ คาด 68 เปิดดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค 100%
นางสาวละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ผู้พัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยถือว่าเห็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่อาจไม่ได้กลับไปเท่าช่วงปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว สะท้อนจากที่เรามีความคาดหวังว่าจีนจะเข้ามาเที่ยวไทย แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะรัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศตัวเอง รวมถึงเศรษฐกิจจีนก็ไม่ได้เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น ประเทศไทยจึงต้องคาดหวังนักท่องเที่ยวต่างชาติกว้างมากกว่าประเทศใดประเทศหนึ่ง เหมือนภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ก่อนเกิดโควิด-19 ต่างชาติที่เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมมากที่สุดเป็นชาวจีน แต่ขณะนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จีนน่าจะน้อยลงอย่างต่อเนื่อง วิถีชีวิตของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไม่สามารถพึ่งพาประเทศใดเพียงประเทศเดียวได้
“ขณะนี้เห็นอินเดียเข้ามาท่องเที่ยวและมีกิจกรรมในประเทศเพิ่มมากขึ้น แต่ในประเทศอื่นก็เพิ่มขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น ทำให้ในแง่จำนวนคงไม่ได้กลับไปเท่าเดิม แต่ต้องหาวิธีทำอย่างไรให้สามารถนับการท่องเที่ยวเป็นการนับแบบคุณภาพ ในเรื่องเม็ดเงิน การเข้ามาใช้จ่ายสูงๆ เป็นหลัก ไม่ได้นับเป็นรายหัวหรือจำนวนเพียงเท่านั้น เนื่องจากในจำนวนก่อนโควิดประมาณ 40 ล้านคน อาจไม่ได้เห็นแล้ว จึงต้องมามองในเรื่องการใช้จ่ายที่อยากให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยแล้วพักนานขึ้น เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้นแทน” นางสาวละเอียด กล่าว

นางสาวละเอียด กล่าวว่า ด้านความคืบหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์ใจกลางกรุงเทพฯ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มูลค่า 46,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 23 ไร่ มุมถนนสีลม-พระราม 4 ว่า ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้ากว่า 70% โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก โดยโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค จะประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.โรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่ 2.อาคารสำนักงานเซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ 3.ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค รีเทล และ 4.โครงการที่พักอาศัยระดับอัลตราลักเซอรี่ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค โดยมีไฮไลต์สำคัญคือสวนสาธารณะรูฟ พาร์ค ขนาด 11,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นสวนลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยปีนี้ได้เริ่มเปิดให้บริการส่วนแรกของโครงการแล้ว คือ ดุสิตธานี แบงคอก โรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเกินคาด ทั้งจากลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมียอดเข้าพักและใช้บริการห้องจัดเลี้ยงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

นางสาวละเอียด กล่าวว่า สำหรับโครงการที่พักอาศัยเดอะ เรสซิเดนซ์ แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งมีความสูง 299 เมตร 69 ชั้น จำนวน 406 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 85% แบ่งเป็นลูกค้าชาวไทย 80% และต่างชาติ 20% โดยกลุ่มลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่มาจากยุโรป จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอเมริกา ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายปิดการขายที่พักอาศัยให้ได้ 100% ภายในปี 2568 เช่นกัน โดยพบว่า แนวโน้มตลาดเรสซิเดนซ์ระดับลักเซอรี่ยังคงมีแนวโน้มที่ดี แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัว แต่เราก็ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างและต่อยอดจุดแข็งของแบรนด์ดุสิตฯ โดยเฉพาะการรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผสานกับบริการระดับโลก
“ทุกย่างก้าวและทุกความสำเร็จของ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค คือตัวแทนของความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ไม่มุ่งหวังเพียงแต่สร้างผลตอบแทนทางกำไรสูงสุด แต่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ในการสร้างโครงการที่มีความหมาย และยกระดับชีวิตของผู้คนภายในประเทศไทย รวมถึงมิติด้านความยั่งยืน เพื่อยกระดับสุขภาพของผู้คนและของเมืองให้ดียิ่งขึ้น เรามั่นใจว่าการเดินทางในปี 2568 จะเดินหน้าโครงการได้ตามเป้าหมาย และพร้อมเป็นตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยที่มีความเป็นเลิศในทุกมิติ สมกับการเป็น A World-class Complete Mixed-use Development สร้างความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่ทุกคนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างแน่นอน” นางสาวละเอียด กล่าว


