หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ เปิด‘เช็กลิสต...

เปิด‘เช็กลิสต์’ความพร้อม ก่อนเปลี่ยนใช้รถไฟฟ้า(อีวี)

8.12.24 | 13:03 น.

หมายเหตุ – สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ร่วมกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จัดเสวนาในหัวข้อ “เช็กลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า” โดยมี นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายก สรยท. นายกฤษฎา อุตตะโมต ที่ปรึกษาสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นายอภิสิทธิ์ ณัฐวรวโรตม์ สถาปนิกระดับ 8 ทีมพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT EV Business Solutions) รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นายสุรมิส เจริญงาม อุปนายก สรยท. นายตติยะ หลิมวิจิตร กรรมการและเลขานุการ คณะทํางานฝ่ายข้อมูล การสื่อสารและประชาสัมพันธ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ดร.มานพ มาสมทบ ทีมวิจัยระบบกักเก็บพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) (ENTEC) และนายกฤษฎา ธีรศุภลักษณ์ KOL ด้านยานยนต์ไฟฟ้าช่อง Welldone Guarantee เข้าร่วม ดําเนินรายการโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เมื่อวันพุธที่ 4 ธันวาคม

กฤษฎา อุตตะโมต
ที่ปรึกษาสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

ประเทศไทยปีที่แล้วยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า 7.6 หมื่นคัน เติบโตถึง 690% จากปีก่อนหน้า ปีนี้จดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภททั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์และอื่นๆ 10 เดือนแรก แบ่งเป็น ปลั๊กอินไฮบริดกว่า 8 พันคัน ไฮบริดกว่า 1 แสนคัน รถไฟฟ้าแบตเตอรี่หรือบีอีวี 8.2 หมื่นคัน ใกล้เคียงปีที่แล้ว เดิมคาดว่าปีนี้ยอดขายอีวีจะมากกว่า 1 แสนคัน แต่จากสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ปีนี้น่าจะปิดได้ใกล้ปีที่แล้ว ส่วนยอดสะสมบีอีวีทั้งหมด 2.1 แสนคัน ไฮบริด 4.5 แสนคัน ปลั๊กอินไฮบริด 6.2 หมื่นคัน ด้านอัตราการเติบโตรถไฟฟ้าบ้านเรา ปี 2019 เรามีสัดส่วนบีอีวีเพียงแค่ 0.08% ของรถยนต์ทั้งหมด ปี 2020 เพิ่มเป็น 0.2% พอถึงปี 2022 มีนโยบายส่งเสริมอีวี 3.0 ทำให้เติบโตเป็น 2% ส่วนปีนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 14% ปีนี้ขณะนี้ยอดอยู่ที่ประมาณ 5.9 หมื่นคัน ขณะที่เป้าหมายรัฐบาลตั้งไว้ปี 2030 ตั้งเป้าหมาย 30% ของรถยนต์ที่จำหน่ายทั้งหมด หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 2.25 แสนคัน ถือว่ายังห่างไกล ดังนั้น การสนับสนุนจากภาครัฐอาจจะต้องปรับเป็นด้านอื่นๆ

ส่วนยอดขายบีอีวี 10 เดือนแรกปีนี้ อันดับ 1 บีวายดี 23,416 คัน เอ็มจี 7,243 คัน เนต้า 6,440 คัน ดีพอล 4,783 คัน และเทสลา 3,523 คัน สถานีชาร์จตอนนี้มีกว่า 20 หน่วยงาน มีจำนวนหัวจ่ายดีซีและเอซีมีทั้งหมด 11,196 หัวจ่าย แบ่งเป็น ดีซี 5,611 คัน เอซี 5,585 คัน เฉลี่ยรถยนต์ไฟฟ้า 26 คันต่อ 1 หัวจ่าย ขณะที่ประเทศจีน 6 คันต่อ 1 หัวจ่าย ต่อไปอนาคตอยากให้สนับสนุนสถานีชาร์จมากขึ้น

Advertisement

สำหรับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มประกอบในโรงงานประเทศไทยแล้ว รายแรกคือเอ็มจีมีกำลังการผลิต 1 แสนคัน ต่อมา เกรทวอลล์ เนต้า บีวายดี จีเอซี วูหลิง โฟตอนซีพี ส่วนปีหน้ามีฉางอาน เริ่มประกอบไตรมาสแรก

ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย (ม.ค.-ต.ค. 2567)

อภิสิทธิ์ ณัฐวรวโรตม์
สถาปนิกระดับ 8 ทีมพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.
(EGAT EV Business Solutions)

กฟผ.พัฒนาอีวีมาประมาณ 7-8 ปีแล้ว และเมื่อ 3 ปีที่แล้วเข้าร่วมอีวีอีโคซิสเต็ม จัดตั้งเพจอีเลคซ่าสำหรับชาร์จรถไฟฟ้า กฟผ.มีสถานีชาร์จเกือบ 300 สถานี อีเลคซ่า
สามารถจองการใช้ได้ เพื่อลดปัญหาหน้าตู้ชาร์จ ลดจำนวนนักสู้หน้าตู้ชาร์จ ไม่ให้เกิดปัญหาแย่งกันชาร์จไฟ เราพัฒนากรีนชาร์จจิ้งใช้พลังงานสีเขียวกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ส่วน สเตชั่น ดาต้า โรมมิ่ง หรือการชาร์จข้ามเครือข่าย เพื่อแก้ปัญหาต้องโหลดหลายแอพพ์สำหรับคนใช้อีวี มีความร่วมมือโรมมิ่ง 3 การไฟฟ้า คือ กฟผ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประชุมร่วมกันเพื่อลดปัญหายุ่งยากดังกล่าว นำไปสู่การลงนามอ็มโอยู 5 หน่วยได้แก่ กฟภ. กฟน. กฟผ. โออาร์ อีเอ เพื่อแชร์สถานะของแต่ละหน่วยงานจากทั้งหมด 5 แอพพ์ นอกจากนี้ ยังคุยกับผู้ผลิตอย่าง เรเว่ เกรทวอลล์ คาดว่าปีหน้าน่าจะเดินหน้าได้ ต่อไปเฟส 2 การชาร์จข้ามหน่วยงานจะสะดวกขึ้น

ปัญหาการเชื่อมเครือข่ายตอนนี้คือ แต่ละแอพพ์มีรายละเอียดไม่เหมือนกัน การทำงานจึงค่อนข้างยาก นอกจากนี้ความไม่เสถียรของข้อมูลของแต่ละราย ทำให้ข้อมูลโรมมิ่งไม่อัพเดต แต่ก็พยายามสื่อสารกันตลอดเวลาน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับอีเลคซ่าจะเริ่มเดินหน้าไปต่างประเทศ ไปคุยกับลาวสามารถใช้อีเลคซ่าชาร์จได้ และเรากำลังไปคุยกับสิงคโปร์ จะโรมมิ่งชาร์จจ่ายได้ ต่อไปจะเป็นการโรมมิ่งทั้ง สิงคโปร์ ลาว มาเลเซียและกัมพูชา

สุรมิส เจริญงาม
อุปนายก สรยท.

ผู้เริ่มต้นใช้รถไฟฟ้าคงดูเรื่องความประหยัด ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรเป็นตัวกระตุ้น ที่สำคัญคือนโยบายรัฐบาล เริ่มตั้งแต่ 3.0 เป็นตัวกระตุ้น ทำให้ต้องรีบตัดสินใจ ก่อนจะหมดเวลา แต่บางครั้งรีบไป จนลืมดูถึงความพร้อมของตัวเองในการเดินทาง รวมถึงเกี่ยวข้องด้านอื่น ทั้งระยะทางการใช้งาน การชาร์จ การใช้เวลา การหาที่จอด แต่ถ้าคิดว่าพร้อม ตอนนี้ถือว่าเปลี่ยนใช้ได้เลย จะเห็นได้ว่าราคาอีวีรถใหม่ แต่เปิดตัวขายตั้งแต่ปีที่แล้ว ขายจนมาถึงปีนี้เป็นปีที่ 2 ราคาลดลงถึง 23-42%

นอกจากนี้ บริษัทผู้รับประกันและผู้ผลิตผู้ให้บริการควรจะหารือกันเกี่ยวกับการเคลมชิ้นส่วนที่เสียหาย เพราะหากอีวีถ้ายังซ่อมแซมชิ้นส่วนต่างๆ ได้ก็จะดี จะทำให้ต้นทุนการเคลมไม่สูง เพราะถ้าไม่ยอมซ่อม แล้วใช้วิธีเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่เสียหายเพียงอย่างเดียว จะส่งผลทำให้ถูกนำไปรวมไว้ในต้นทุนรถอีวี ต้องเปลี่ยนอย่างเดียว ทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้นมากในอนาคต

ยศพงษ์ ลออนวล
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

เช็กลิสต์ที่เราต้องคำนึงถึงก่อนเปลี่ยนเป็นอีวี อันแรกต้องถามว่าจำเป็นต้องซื้อรถใหม่หรือไม่ ถ้าเราตัดสินใจจะซื้อรถ พร้อมจะซื้ออีวีแค่ไหน เพราะเราจะเห็นว่าตลาดตอนนี้เปลี่ยนแปลงราคาตลอด ช่วงนี้เป็นช่วงมีผู้ผลิตอีวีมีผู้เล่นเข้ามาเยอะ ในช่วงเวลาสั้นมากแค่ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้ตลาดจะเป็นแบบนี้ มองย้อน 9 ปีที่แล้วแค่หลักร้อยคัน เมื่อรัฐบาลมีนโยบายอีวี 3.0 มีผู้เล่นเข้ามามาก ผู้มาก่อนตั้งราคาดึงดูด ผู้มาใหม่ก็พยายามหาทางแข่งขันให้ได้ แต่จำนวนคนใช้เท่าเดิม จึงทำให้เกิดสิ่งที่เห็นตอนนี้ และปีนี้ยิ่งยากกว่าเดิม เพราะไฟแนนซ์ปล่อยยากขึ้น ยิ่งทำให้การแข่งขันสูงขึ้น เช็กลิสต์ตอนนี้ ต้องยอมรับว่าถ้าซื้อรถอีวีตอนนี้ เสี่ยงราคารถจะถูกลง เพราะเทคโนโลยีใหม่มาตลอด สุดท้ายแล้วเมื่อต้นทุนถูกลง ก็ต้องลดราคาลง แต่เชื่อว่าไม่มีใครลดราคาจนขาดทุน

ตอนนี้การจะซื้ออีวีอาจจะยากที่จะตัดสินใจ จึงต้องศึกษาให้ดีว่าเรามั่นใจยี่ห้อนี้ ทั้งบริการหลังการขาย เราต้องเข้าใจรถอีวีจริงๆ ว่าแบตเตอรี่ 400 โวลต์คืออะไร กิโลวัตต์ในการใช้คืออะไร เราต้องเข้าใจสเปก การชาร์จพร้อมหรือไม่ ที่บ้านติดตั้งจุดชาร์จได้หรือไม่ จุดชาร์จใกล้บ้านมีที่ไหนบ้าง แพงหรือไม่ กรณีคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ต้องวางแผนจุดจอด ต้องเสียเวลาชาร์จแค่ไหน ต้องให้ผู้บริโภคเห็นภาพจริง และคนขายก็ต้องให้อธิบายข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริงกับลูกค้าด้วย เพราะยังมีข้อจำกัดอีกมาก

สิ่งสำคัญเราต้องเข้าใจโปรดักต์ให้ดี เมื่อตัดสินใจซื้อแล้วก็ต้องใช้ลืมไปเลยใช้ยาวๆ 8 ปีที่เขาบอกว่าจะรับประกัน นอกจากนี้ ด้านการประกัน เมื่อราคาแบตเตอรี่ราคาลดลง การประกันก็จะถูกลง แต่การประกันจะความแตกต่างจากรถน้ำมัน เพราะไม่ต้องจำกัดคนขับว่าเป็นใคร แต่รถอีวีให้ใส่ 5 ชื่อ เพื่อประกันจะได้ควบคุมได้ง่าย

ส่วนปัญหารถอีวีเมื่อแบตเตอรี่หมดอายุจะกำจัดอย่างไรนั้น เชื่อว่ามีผู้ผลิตรถอีวีจากจีน และโรงงานในแบตเตอรี่ในประเทศมากขึ้น ระยะยาวรถอีวีมากขึ้น อาจจะเกิดการรีไซเคิล ในประเทศในอนาคตด้วย

ตารางแสดงไทม์ไลน์ค่ายรถ อีวีจีน เปิดโรงงานประกอบในประเทศไทย

ดร.มานพ มาสมทบ
ทีมวิจัยระบบกักเก็บพลังงาน ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) (ENTEC)

สปีดการพัฒนาแบตเตอรี่รถอีวี จะทำให้ราคาถูกลงเรื่อยๆ ทำให้ต้นทุนรถไฟฟ้าถูกลง เห็นชัดว่าความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น เมื่อ 2-3 ปีก่อนวิ่งได้ 300 กม. ต่อไปจะวิ่งได้มากขึ้น 400-500 กม. และราคาจะถูกลงถึง 2 เท่า ดังนั้นเวลานี้จะซื้อจะคุ้มหรือไม่ จะต้องรอหรือไม่ต้องพิจารณา

ส่วนกรณีข้อกังวลรถอีวีลุยน้ำ จะมีน้ำเข้าหรือไม่ สิ่งสำคัญถ้าเป็นรถเก่าแบตเตอรี่ใช้ไป 3-5 ปี ซีลและวาล์วที่ระบายแรงดันอาจเสื่อม น้ำชอบเข้า และซีลเป็นการป้องกันแค่ชั้นแรก ยังมีเซฟตี้อีกชั้น คอยตรวจจับไฟรั่ว เป็นเหมือนเซฟตี้คัตลงบนโครงแบตเตอรี่ เมื่อไฟรั่วจะตัดไฟ ทำให้รถวิ่งไม่ได้ ต้องลากเข้าศูนย์อย่างเดียว

ปกติการทดสอบแบตเตอรี่ในการทดสอบจะใช้น้ำสะอาด แต่ถ้าเป็นน้ำท่วมเป็นอีกอย่าง ควรนำรถเข้าศูนย์ เพื่อตรวจค่าความชื้น ขั้วบวก ขั้วลบ ลงโครงแบตเตอรี่หรือยัง ศูนย์จะมีชุดตรวจค่าดังกล่าว

กรณีถ้ารู้ว่าย้ายรถหนีน้ำท่วมไม่ทัน ถ้าเป็นรถใช้ไฟไฮโวลต์ หรือ 60 โวลต์ขึ้นไป ไม่แนะนำให้ย้ายรถหนี เพราะอาจถูกไฟชอร์ตตาย แต่ถ้าเป็นไฟ 12 โวลต์น่าจะทัน ควรปลดเพื่อเซฟอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในรถยนต์ด้วย

กรณีการซ่อมแบตเตอรี่ ถ้ารถกับแบตเตอรี่ประกอบในเขตฟรีโซนได้ส่วนลดภาษี ถ้าจะเอาแบตเตอรี่ออกมาอย่างเดียว ไม่สามารถซ่อมได้ ทำให้แบตเตอรี่ราคาแพง ถ้าจะแยกเอาเฉพาะแบตเตอรี่ออกจากตัวรถออกมาไม่ได้ ต้องเอารถออกมาทั้งคัน หรือถ้าจะเอาเฉพาะแบตเตอรี่ออกมาได้ก็ต้องมีโลคัลคอนเทนต์หรือใช้ชิ้นส่วนในประเทศไม่น้อยกว่า 40% ตามเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน

แบตเตอรี่รถอีวี ไม่ควรชาร์จเร็วหรือฟาสต์ชาร์จบ่อยๆ เร่งให้แบตเสื่อมเร็ว ไม่ควรชาร์จเต็ม 100% บ่อย แบตจะเสียเร็ว ควรชาร์จแค่ 80% หรือไม่ควรใช้แบตใกล้หมดบ่อยๆ จะเสื่อมเร็ว ถ้าวิ่งได้ 300 กม. เราใช้แค่ 50 กม. ก็ยังไม่จำเป็นต้องชาร์จทุกวัน

แบตเตอรี่เมื่อเสื่อมสภาพใช้งานไม่ได้ ก็ต้องมารีไซเคิล ขั้นแรกอาจนำไปใช้เป็นแบตเตอรี่เก็บพลังงานอื่นๆ ก่อน สุดท้ายถ้าพังจนใช้ไม่ได้จริงๆ แบตเตอรี่ลิเทียมเมื่อพังแล้วแทบไม่มีค่า การจ่ายเพื่อนำไปรีไซเคิลจะแพงกว่าเปลี่ยนใหม่ ตอนนี้โครงสร้างการรีไซเคิลในไทยแทบจะยังไม่มี ตอนนี้มีแต่ต้องจ้างบริษัทซื้อไปกำจัดต่างประเทศ หรือที่มีตอนนี้ มีแต่ซื้อแบตเตอรี่เก่าเอาไปถอดเอาสิ่งที่ขายได้ ที่เหลือทิ้ง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

ตติยะ หลิมวิจิตร
กรรมการและเลขานุการ คณะทํางานฝ่ายข้อมูล
การสื่อสารและประชาสัมพันธ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)

การสต๊อกอะไหล่รถอีวีค่ายรถไฟฟ้าส่วนหนึ่งเป็นจีน มีรายใหม่เข้ามาในไทยหลายราย เริ่มประกอบรถอีวีมากขึ้น ดังนั้น เชื่อว่าอะไหล่บางส่วนเพียงพอ เพราะหลายค่ายเตรียมตัวมาค่อนข้างดีตั้งศูนย์บริการเพิ่ม แต่อาจมีบางส่วนต้องรอบ้าง บางค่ายก็พร้อมเต็มที่ อะไหล่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อเกิดเหตุจำเป็นจะต้องรอหรือไม่ ดังนั้นเมื่อค่ายรถอีวีแข่งด้านยอดขาย ก็ควรแข่งบริการหลังการขายด้วย เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย

ส่วนกรณีน้ำท่วมรถอีวี ถ้าเป็นรถแบตเตอรี่แรงประเภทไฮโวลต์ จะมีเซอร์วิสปลั๊ก วางตำแหน่งต่างกันในแต่ละรุ่น การปลดอินเตอร์ล็อกจะช่วยเซฟตี้ตัวรถได้ ส่วนการตรวจสอบความชื้นฉนวน ตรวจสอบไฟรั่วจะมีเครื่องมือตรวจสอบ ทั้งสายไฟ ปลั๊กไฟ แบตเตอรี่ และจะต้องปลดสายไฮโวลต์ การตรวจสอบความชื้นรถอีวี สิ่งสำคัญต้องตรวจสอบความปลอดภัยของคนที่จะเข้าไปทำงานกับรถ จะต้องมีชุดกันไฟ อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีฉนวนกันไฟอย่างได้มาตรฐาน

ยอดผู้จำหน่ายรถยนต์อีวีในไทย 5 อันดับแรก ต.ค.2567

กฤษฎา ธีรศุภลักษณ์
KOL ด้านยานยนต์ไฟฟ้าช่อง Welldone Guarantee

ตลาดอีวีปีนี้จะเริ่มเห็นรถไซซ์ใหญ่ ไซซ์กลาง มากขึ้น เพราะปีที่แล้วส่วนใหญ่อาจจะลองใช้รถอีวีเล็ก ปีนี้จึงเปลี่ยนไซซ์ใหญ่ขึ้น จึงเอาคันเก่ามาเทิร์นเอาคันใหม่ คันใหญ่ขึ้น ตลาดมืองสองจึงเป็นตัวแปรสำคัญ

เมื่อสำรวจตลาดรถมือสองพบว่า ราคารถมือสองที่ราคาลดลงเยอะที่สุดคือ รถไฟฟ้าอีวี 40-50% ต่อปี จากราคารถใหม่ ไฮบริดลดประมาณ 15% รถน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ลดน้อย เพราะความต้องการใช้ยังมีมาก ส่วนปลั๊กอินลดประมาณ 30%

ตอนนี้การซื้อรถอีวีมือสองมูลค่าเป็นยังไง ฝ่ายสินเชื่อยังคิดไม่ออกว่ามูลค่าจะเหลือเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยกล้าปล่อยสินเชื่อ ไม่ค่อยกล้าลงมาเล่นในตลาดมือสอง ทำให้ราคาลดมือสองค่อนข้างสะวิง แต่ตอนนี้เมื่อมีรถอีวีหลากหลายเซ็กเมนต์มากขึ้น และเมื่อราคารถมือหนึ่งเริ่มนิ่ง รถมือสองอาจเริ่มมีตัวเลขน่าสนใจในอนาคต เมื่ออีวีมือสองถูกลง 40% จะทำให้คนกำลังน้อยซื้อเป็นเจ้าของได้ แต่ตอนนี้สินเชื่อก็ยังไม่ปล่อย จึงเป็นความยากของตลาดรถอีวีมือสองในขณะนี้ โดยเฉพาะอีวีจีน

ส่วนกรณีความกังวลรถอีวีน้ำท่วม เพราะแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่หนักที่สุด จึงต้องวางไว้กลางลำตัวรถยนต์บริเวณใต้ท้องเพื่อให้สมดุล อาจมีความกังวลว่าจะมีปัญหาเมื่อเจอน้ำท่วมหรือไม่ ความจริงรถอีวีถูกออกแบบมาให้ลุยน้ำได้เท่ารถน้ำมัน จะมีค่าไอพีความทนน้ำทนฝุ่นเช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เมื่อก่อนระดับ 6-7 สามารถแช่น้ำสูง 1 เมตร ได้นาน 30 นาที เดี๋ยวนี้มีระดับ 6-8 แช่น้ำ 1 เมตร ได้นาน 1 ชั่วโมง สิ่งสำคัญคืออย่าแช่น้ำนาน ส่วนใหญ่รถใหม่ไม่ค่อยมีปัญหา แต่สำหรับถ้าเป็นรถเก่าต้องตรวจเช็กซีลบางจุดอาจเสื่อมทำให้น้ำเข้าได้

แนะนำว่าเมื่อรถอีวีจะเจอน้ำท่วม ให้แกะแบตเตอรี่ขั้วลบ 12 โวลต์ออก เพราะแบตเตอรี่คุมแบตเตอรี่ใหญ่อีกที เมื่อแกะออกแล้วจะช่วยเซฟอุปกรณ์อื่น สามารถเอาออกมาเป่าลมให้แห้งไล่ความชื้นจะสามารถใช้งานได้ต่อ แต่อย่าไปแกะแบตเตอรี่ลูกใหญ่ไฮโวลต์เพราะอันตรายมาก แต่ให้แกะขั้วของแบตลูกเล็ก สิ่งสำคัญเมื่อรถอีวีถูกน้ำท่วมอย่าปลอ่ยไว้นาน จะยิ่งเสียหาย ช่างควรจะต้องเร่งวินิจฉัย จะทำให้ไม่เสียหายมากเกินไป