หน้าแรก เศรษฐกิจ คิดเห็นแชร์ :...

คิดเห็นแชร์ : ค่าเก็บขยะของ กทม.

7.12.24 | 12:28 น.
คิดเห็นแชร์ : ค่าเก็บขยะของ กทม.

ขอตอบข้อสงสัยเบื้องต้น เรื่องค่าเก็บขยะของ กทม. อันนี้เบื้องต้นเท่านั้นให้ประชาชนเข้าใจหลักคิด ยังไม่ได้ให้รายละเอียดทั้งหมด และในช่วง 180 วันข้างหน้าก็จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น

หลังจากที่ได้ประกาศอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการขยะใหม่ของ กทม. ผมดีใจอย่างยิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ แสดงถึงพลังของชาวกรุงเทพฯ ที่อยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง หรือมาร่วมเป็น Active Citizen เชื่อจริงๆ ว่ามาตรการจะเป็น game changer ในการส่งเสริมการแยกขยะในภาคครัวเรือน ที่เป็นปัญหามายาวนาน และหลายคนพูดว่า “ทำให้คนแยกขยะไม่ได้หรอก”

ข่าวที่ออกมาก็มีคำถามเยอะ ซึ่งผมจะขอมาให้ข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อน

ก่อนอื่นผมอยากจะให้ข้อมูล timeline ของโครงการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกราชกิจจาฯ คาดใช้เวลา 1-2 เดือน หลังจากที่ออกแล้วจะเริ่มนับหนึ่งของ 180 วันที่เขียนอยู่ในข่าว ถ้าเริ่ม 180 วัน สักปลาย ธ.ค. จะเท่ากับว่าเริ่มใช้จริงเดือน มิ.ย. ซึ่งระหว่างช่วง 180 วันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กทม. จะต้องออกระเบียบกรุงเทพมหานครที่จะเป็นเอกสารสำคัญที่จะกำหนดว่าประชาชนที่เข้าร่วมจะต้องทำอย่างไรบ้าง

Advertisement

เนื้อหาหลักของระเบียบนี้เราได้เตรียมไว้หมดแล้ว ได้ผ่านคณะกรรมการพิจารณาค่าธรรมเนียม และได้นำเสนอให้คณะกรรมการวิสามัญของสภา กทม. ทราบแล้วด้วย ส่วนระเบียบกรุงเทพมหานครนี้ไม่ต้องผ่านสภาแล้ว เป็นอำนาจของ ผู้ว่าฯกทม. แต่เราจะทำกระบวนการรับฟังความคิดเห็นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

ขอย้ำว่าข้อมูลที่ผมให้วันนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น รายละเอียดที่ชัดเจนจะอยู่ในระเบียบนี้

จะเริ่มให้ลงทะเบียนเมื่อไหร่นั้น กทม.ต้องระบุวันที่ชัดเจนอีกทีหลังจากมีตารางที่ชัดเจน โดยจะคำนึงถึงการให้เวลาประชาชนลงทะเบียนและเตรียมตัวให้เพียงพอก่อนเริ่มจริง

ส่วนขั้นตอนเป็นอย่างไร เราจะมี 2 ช่องทางให้ประชาชนลงทะเบียน 1.ผ่านแอพพลิเคชั่น BKK Waste Pay ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีใช้อยู่แล้วในปัจจุบันสำหรับการจ่ายค่าธรรมเนียม แต่เราจะเพิ่ม function การลงทะเบียนและขั้นตอนการยื่นภาพเพื่อยืนยันการแยกขยะ หรือ 2.มาลงทะเบียนที่สำนักเขต ขั้นตอนนี้จะทำให้ กทม. รู้ว่าจาก 2 ล้านกว่าครัวเรือนในระบบปัจจุบัน มีกี่ครัวเรือนที่เข้าร่วม

เมื่อลงแล้วจะมีการตรวจสอบหลักฐานการลงทะเบียนโดยเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะอนุมัติ และเมื่ออนุมัติแล้วผู้ลงสมัครจะสามารถมารับอุปกรณ์ส่งเสริมการแยกขยะจาก กทม. ไม่ว่าจะเป็นคู่มือการแยกขยะ (คล้ายๆ ที่ญี่ปุ่นทำ) สติ๊กเกอร์ติดหน้าบ้าน (ที่จะช่วยเจ้าหน้าที่สังเกต) และอุปกรณ์อื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา (เช่น หลายประเทศ/เมืองมีการแจกถังหรือถุงสำหรับขยะอินทรีย์)

ส่วนจะให้แยกอะไรบ้าง นั้น กทม. ขอให้แยกสี่ประเภท ประกอบด้วย รีไซเคิล อินทรีย์ อันตราย และทั่วไป

ส่วนจะต้องทิ้งให้ กทม.ยังไงนั้น กทม.จะแจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนอีกที แต่หลักการคือ 

แยกขยะอันตราย-ใส่ถุงส้ม (สีตามกฎหมาย) หรือถุงใส ซึ่งควรมีการเขียนระบุที่ชัดเจนเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเจ้าหน้าที่ หรือถ้ามีปริมาณมากให้ประสานไปที่สำนักงานเขต

แยกขยะรีไซเคิล-นำไปขาย/ใช้ประโยชน์ได้เองเลย ทั้งร้านรับซื้อหรือปัจจุบันมีจุด drop off ตามสถานที่สาธารณะมากมาย แต่ถ้าไม่สะดวกก็สามารถทิ้งแบบที่แยกให้กับ กทม. โดยใส่ในถุงใส สามารถรวมรีไซเคิลในถุงเดียวมาได้ เช่นรวมขวดพลาสติก แก้ว อะลูมิเนียม แต่ขออย่าปนเปื้อน

แยกขยะอินทรีย์-กทม. จะสนับสนุนอุปกรณ์แยกขยะให้ (ถัง/ถุง) และให้ทิ้งให้ กทม. หรือถ้าบ้านไหนสามารถกำจัดขยะอินทรีย์ได้เอง เช่น มีถังหมัก เครื่องหมัก หรืออื่นๆ ก็ทำได้

ที่เหลือคือขยะทั่วไป ทิ้งให้ กทม.ตามรอบที่มาจัดเก็บ (ส่วนใหญ่จะทิ้งคู่กับขยะอินทรีย์) ซึ่งอยากขอความร่วมมือจากประชาชนให้ทิ้งในถุงใสหรือถุงขุ่น

แนวทางการตรวจสอบเป็นอย่างไรนั้น จะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านไหนแยกไม่แยก โดย จะมีตรวจสอบผ่าน 1.การสุ่มให้ผู้ได้รับสิทธิส่งหลักฐานการคัดแยกขยะ ผ่านแอพพลิเคชั่น และ 2.มีการตรวจหน้างาน เช่น บ้านที่มีสติ๊กเกอร์มีการทิ้งตามที่เกณฑ์กำหนดหรือเปล่า

1.การส่งหลักฐานการคัดแยกขยะ กทม.จะมีการสุ่มแจ้งให้ท่านส่งหลักฐานการคัดแยกขยะ ผ่านแอพพ์ BKK Waste Pay และจะให้เวลาท่านในการส่ง 7 วันจากที่แจ้งเตือน ประเด็นว่าท่านจะต้องยื่นหลักฐานแบบไหนบ้าง กทม. จะเตรียมแนวทางให้ท่านไว้ด้วย เช่น ถ้ามีใบเสร็จการขายรีไซเคิลให้กับภาคเอกชน หรือมีการหมักปุ๋ยที่บ้าน ซึ่งประเด็นนี้จะตอบคำถามคนที่ไม่มีขยะให้ กทม. เนื่องจากสามารถจัดการเองได้หมด และกลัวว่า กทม.จะไม่เห็นว่าแยกขยะ ท่านจะสามารถยืนยันตัวตนผ่านการยื่นหลักฐานตามนี้ได้ เช่นเดียวกับข้อกังวลของบ้านที่เป็นจุดรวมขยะของบ้านเรือนใกล้เคียง ซึ่งทำให้หน้างานไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบ้านนั้นแยกหรือไม่ ในกรณีนี้ถ้าบ้านนั้นมีการส่งหลักฐานตามที่ กทม.กำหนด ก็นับว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง

2.มีการตรวจหน้างาน นอกเหนือจากการส่งหลักฐาน แน่นอนว่าจะมีการตรวจหน้างานเช่นกัน บ้านไหนที่เข้าร่วม (ซึ่ง กทม. จะทราบพิกัด และกรณีบ้านเดี่ยวจะต้องมีสติ๊กเกอร์) ถ้าพบว่าบ้านนี้ไม่แยกก็จะมีการบันทึกข้อมูล กรณีผู้ได้รับสิทธิไม่ส่งหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือตรวจสอบแล้วว่าไม่ดำเนินการตามเกณฑ์กำหนดเกินสองครั้ง ผู้นั้นจะถูกระงับสิทธิและจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราเต็ม 60 บาท เป็นระยะเวลาหกเดือนนับแต่เดือนที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ

คอนโด/ชุมชน/หมู่บ้านร่วมได้หรือไม่นั้น เราจะมีให้ลงทะเบียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย ลงทะเบียนบ้านเดี่ยว กับลงทะเบียนแบบกลุ่ม ในกรณีคอนโด ชุมชน หมู่บ้านจัดสรร สามารถมีผู้แทน (เช่น นิติ ประธานชุมชน หรือตัวแทนที่ได้รับการมอบหมาย) มาลงทะเบียนสมัครเข้าร่วม ทาง กทม.จัดเตรียมเกณฑ์ไว้ (เช่น มีจุดพักขยะรวม จุดพักมีการแยกตามสี่ประเภท) ถ้าสามารถทำตามเกณฑ์ได้ ทุกห้องจะได้รับการลดหย่อน

ส่วน กทม.จะมาเทรวมตอนเก็บอีกไหม แน่นอนว่าเรื่องนี้ประชาชนกังวลมากที่สุด และเป็นเรื่องที่เราใส่ใจมากที่สุด ที่ผ่านมาประเด็นนี้ท้าทายเพราะ 1) เราไม่ทราบว่าประชาชนที่แยกขยะอยู่ไหนบ้าง และ 2) วิธีแยกขยะของแต่ละคนทำอย่างไรบ้าง

เราเลยใช้โอกาสนี้สร้างความชัดเจน ด้วย 1.การที่ให้ประชาชนลงทะเบียนเราจะได้ทราบอย่างชัดเจนว่าพิกัดของผู้ที่ให้ความร่วมมือในการแยกขยะอยู่ที่ไหนบ้าง 2.ระเบียบกรุงเทพมหานครที่เราเตรียมอยู่ จะเป็นมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับประชาชน ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร ทิ้งให้ กทม.อย่างไร

เมื่อเรามีความชัดเจนตรงนี้แล้วจะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น และต่อมาก็ต้องเตรียมระบบที่ชัดเจน ตอนนี้เรามีรถอัดท้าย 2 กับ 5 ตัน ที่วิ่งรอบประจำ สังเกตว่าข้างหลังคนขับจะมีคอกอยู่ ตอนนี้นโยบายผู้ว่าฯ ให้มีถังเศษอาหารวางไว้ในคอกทุกคัน และเมื่อไปถึงบ้านที่เราทราบว่าแยกขยะ เจ้าหน้าที่ก็ต้องเอาเศษอาหารที่บ้านนั้นแยกมาเอาไปใส่ในถัง ห้ามเอาไปอัดท้าย ซึ่งเดี๋ยวจะมีการอบรมเจ้าหน้าที่รอบใหญ่

นอกเหนือจากรถที่วิ่งรอบประจำ เรายังมีรถเฉพาะที่ตอนนี้วิ่งเก็บเศษอาหาร ตามร้านอาหาร และสถานประกอบการ เมื่อเรามีพิกัดของบ้านที่แยกขยะที่ชัดเจนแล้วเราสามารถเพิ่มรอบรถนี้ให้วิ่งเก็บได้ด้วย และที่สำคัญเมื่อไปถึงหัวกอง เราจะมีจุด drop off สำหรับเศษอาหารที่แยกมาบนรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องมาวางก่อน นำขยะทั่วไปไปทิ้ง

ที่ผมเขียนโพสต์นี้ เจตนาคือการให้ข้อมูลเบื้องต้นกับประชาชน ให้ทราบว่าเราได้คิดระบบมาแล้ว ได้ทราบถึงข้อกังวลต่างๆ ของประชาชน และมีการวางแนวทางในการจัดการประเด็นเหล่านี้

โพสต์นี้ผมอาจจะยังให้ข้อมูลไม่ครบ และอาจจะทำให้บางคนมีคำถามเพิ่ม ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกคอมเมนต์เราเก็บไว้หมดเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อ เรามีเกิน 180 วัน ที่จัดเตรียมเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และเชื่อว่าในช่วงข้างหน้านี้ จะสามารถทำระบบให้ได้ดีกว่าที่เราวางแผนไว้ในปัจจุบันอีก

ส่วนตัวดีใจที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและสนใจเยอะ มันแสดงถึงกำลังของคนกรุงเทพฯ ที่อยากช่วยพัฒนาเมือง ถ้าใครมีอะไรเสนอเรายินดีรับฟังหมด