พณ.กาง 3 เดือน นอมินีทุบเศรษฐกิจไทยสูญ 1 หมื่นล้าน เร่งเอาผิดธุรกิจท่องเที่ยว-อสังหา 747 ราย โชว์ผลเข้มสินค้านำเข้าจากจีน ลดฮวบ 27% ชี้ทุกหน่วยงานตื่นตัวป้องปราม
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ครั้งที่ 2/2567 เพื่อเร่งออกมาตรการที่จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว กับ 16 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ที่ประชุมรายงานผลการดำเนินการปราบปรามในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งปัญหาที่มีถือว่าเป็นส่วนน้อย ต้องแก้ไขปัญหาด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายพัฒนาการค้าร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนอมินี ระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-4ธ.ค.2567 โดยได้ดำเนินคดีไปแล้ว 747 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจรวม 11,720 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจท่องเที่ยว 85 คดี อสังหาริมทรัพย์ 216 คดี ขนส่ง 10 คดี และธุรกิจอื่นๆ 436 คดี
นอกจากนี้ พบว่าปัญหาการนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ช่วง 10 เดือนแรกปี 2567 เทียบกับช่วงก่อนบังคับใช้มาตรการปรับลดลงต่อเนื่อง โดยมูลค่าการนำเข้าสินค้าจีนรวม ลดลงจาก 18,680 ล้านบาท เหลือ 9,116 ล้านบาท หรือลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 3,112 ล้านบาท เหลือเพียง 2,279 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลง 27%
นายนภินทรกล่าวถึงผลการดำเนินการปราบปรามปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมาแยกตามหน่วยงานว่า กรมศุลกากร ได้ดำเนินคดีรวม 12,145 ราย มูลค่าความเสียหาย 529 ล้านบาท มีทั้งสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรม, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินคดี 30,393 รายการ กับสถานประกอบการ จำนวน 34 แห่ง, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ดำเนินคดี 59 ราย มูลค่าความเสียหาย 33.6 ล้านบาท

อาทิ นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินคดี 159 ราย มูลค่าความเสียหาย 27.8 ล้านบาท เช่น สื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นเท็จ หรือเกินจริง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้านฉลาก เป็นต้น, กรมทรัพย์สินทางปัญญาดำเนินคดี 177 ราย มูลค่าความเสียหาย 153 ล้านบาท และสำนักพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินคดี 30,676 เรื่อง
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯได้มีการวางแผนแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นภายในเดือน ธ.ค.2567 สมอ.จะเร่งเพิ่มมาตรฐานสินค้าอีก 58 รายการ จากปัจจุบัน 144 รายการ รวมเป็น 202 รายการ โดยล่าสุดเพิ่มแล้ว 5 รายการ อาทิ เหล็ก และจะเพิ่มอีก 53 รายการในปี 2568
ด้านคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะกักและเก็บตัวอย่างสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงก่อนการตรวจปล่อย เพิ่มชนิดสารที่จะตรวจสอบ พร้อมกับเฝ้าระวังในท้องตลาดด้วยการสุ่มตรวจผัก ผลไม้ และลงพื้นที่ตรวจสอบผักนำเข้า
ส่วนกรมศุลกากรจะเข้มงวดการตรวจสอบสินค้านำเข้า เพิ่มอัตราการเปิดตู้จาก 20% เป็น 30% ขณะที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะติดตามและตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจที่โฆษณาขายสินค้าที่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สิ่งพิมพ์ และป้ายโฆษณาต่างๆ รวมทั้งควบคุมการจัดทำฉลากสินค้าและคู่มือการใช้งานสินค้าเป็นภาษาไทยของสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศที่นำมาจำหน่ายในไทย เป็นต้น

