หน้าแรก เศรษฐกิจ เจาะ ธุรกิจร้...

เจาะ ธุรกิจร้านอาหาร ปี’68 ยังเติบโต แข่งขันสูง เปิด 10 จังหวัดแห่ผุดพรึ่บ!

9.12.24 | 22:20 น.

เจาะ ธุรกิจร้านอาหาร ปี’68 ยังเติบโต แข่งขันสูง เปิด 10 จังหวัดแห่ผุดพรึ่บ!

ธุรกิจร้านอาหาร นับเป็นอีกธุรกิจที่ผันผวนไปตามฤดูกาลและสถานการณ์เศรษฐกิจ เพราะเป็นธุรกิจ “เปิดง่าย-เจ๊งง่าย” ใครสายป่านยาวก็ได้ไปต่อ แต่ถ้ามีทุนไม่พอ ก็ต้องยกธงขาวโบกมือลา


แล้วสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร มีข้อมูลน่าสนใจจากฝ่ายวิจัยธุรกิจของธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ประเมินว่าธุรกิจร้านอาหารในระยะ 1 ปีข้างหน้า คาดว่ารายได้โดยรวมของธุรกิจยังสามารถเติบโตต่อเนื่องจากปี 2566 และช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 ได้อานิสงส์ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภค ในประเทศ

ขณะเดียวกัน ปัจจัยสําคัญคือการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวซึ่งกลับมาเติบโตอย่างเห็นได้ชัดจากการขยายตัวของค่าใช้จ่าย การใช้บริการร้านอาหารและโรงแรมของประเทศ และค่าใช้จ่ายกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้การดําเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 2 และ 3 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 จะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค และช่วยเสริมการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารด้วยเช่นกัน

Advertisement

ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีแผนอนุมัติมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐเพิ่มเติม เช่น นโยบาย E-Refund ในช่วงต้นปี 2568 เช่นเดียวกับปีก่อนหน้า จะช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และหากจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเติบโตได้ดีและฟื้นกลับมาเทียบเท่ากับก่อนเกิดโควิด จะส่งผลดีต่อธุรกิจร้านอาหารในปี 2568

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจ ต้องระมัดระวังเนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่ปี 2565 โดยแม้จะมีสัญญาณการเลิกกิจการที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 จากข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจ 10 เดือนแรกของปี 2567 มีเลิกกิจการ 510 ราย เพิ่มขึ้น 88.9% เทียบกับปีก่อนหน้า แต่การจดทะเบียนธุรกิจใหม่ ยังมียอดที่สูงกว่า โดย 10 เดือนแรกมีจดทะเบียนเพิ่ม 3,557 ราย ลดลง 0.5%

จึงทําให้ยังคงมีจํานวนผู้ประกอบการในธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดรายย่อย และขนาดกลางขนาดย่อม(SME) ซึ่ง กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเขตพื้นที่หัวเมืองสําคัญและเมืองท่องเที่ยว

อีกทั้งต้นทุนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับในอดีต ส่งผลให้กําไรของธุรกิจถูกกดดันให้อยู่ในระดับต่ําและ ลดลงอย่างต่อเนื่อง หากเปรียบเทียบกับในอดีตช่วงก่อนโควิด นอกจากนี้ธุรกิจร้านอาหารยังอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งคาดการณ์ ว่าจะมีโอกาสเกิดบ่อยครั้งขึ้นและจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น อันส่งผล กระทบต่อปริมาณผลผลิตการเกษตร และส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อและไม่ได้ข้อสรุป อาจส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงโลกผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค และกระแสความนิยมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และต่อเนื่อง

เช่น กระแสความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารและ เครื่องดื่มที่ทําจากพืช กระแสความสนใจในการใช้วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน รวมถึงความนิยมในการใช้บริการแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์ เป็นต้น ทําให้ร้านอาหารต้องจับตา ปรับตัว และยืดหยุ่นกับกระแสที่เกิดขึ้น ตลอดจนขยายช่องทางการสั่งอาหารที่ หลากหลาย ทั้งหน้าร้าน รับกลับ และผ่านแพลตฟอร์มสั่ง อาหารออนไลน์ ช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ให้แก่ธุรกิจ

ทั้งนี้ จากข้อมูลสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่าในปี 2566 มีผู้ประกอบการในธุรกิจร้านอาหารรวม 323,612 ราย ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2565 ที่ 0.8% โดยผู้ประกอบการ 297,593 ราย หรือกว่า 92.0% เป็นระดับรายย่อย รองลงมาคือผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SME) 25,910 ราย คิดเป็น 8.0% และผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 109 ราย คิดเป็น 0.03%

เมื่อพิจารณาเชิงพื้นที่พบว่ายังคง กระจุกตัวหนาแน่นในเขตพื้นที่หัวเมืองสําคัญและเมืองท่องเที่ยวของประเทศ โดย 10 จังหวัดที่มีธุรกิจตั้งมากสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ กว่า 45,841 ราย คิดเป็น 14.2% รองลงมาชลบุรี 13,125 ราย หรือ 4.1% เชียงใหม่ 12,866 ราย หรือ 4% สุราษฎร์ธานี 9,736 ราย หรือ3% เชียงราย 7,543 รายหรือ 2.3% นนทบุรี 7,466 ราย หรือ 2.3% สงขลา 7,134 ราย หรือ 2.2% ขอนแก่น 7,079 รายหรือ 2.2% และสมุทรปราการ 6,836 ราย หรือ 2.1%

Screenshot