บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ จัดงาน New Chapter of Disathat Panyarachun ให้กับ นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โออาร์ ซึ่งจะครบวาระ เพื่อพบปะสื่อมวลชน ตลอดระยะเวลาที่ทำงานในฐานะซีอีโอโออาร์ เป็นเวลา 2 ปี 12 วัน
ก่อนส่งไม้ต่อให้ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โออาร์ คนใหม่ เข้าบริหารงานอย่างเป็นทางการวันแรก 12 ธันวาคม 2567

นายดิษทัตกล่าวว่า ได้วางรากฐานสำคัญขององค์กรผ่านแนวคิด RISE OR ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ (R-Result-oriented) การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด (I-Intelligence) การร่วมกันทำร่วมกันเติบโต (S-Synergy) และการสร้าง Mindset แห่งความเป็นเจ้าของธุรกิจ (E-Entrepreneurship)
พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงในการทำงานขององค์กร โดยส่งเสริมให้บุคลากรก้าวออกจาก Comfort Zone ที่จำกัดอยู่ในพื้นที่ความถนัดเดิม สู่ Growth Zone ที่เปิดรับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพใหม่ๆ
พร้อมวางกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการดำเนินงาน การเตรียมโครงสร้างความพร้อมสำหรับบุคลากรใน OR การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกองค์กร และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิด Digital Transformation ด้วยการเป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บูรณาการการจัดการระหว่างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกด้วยระบบ SAP S/4HANA ใน 2 อุตสาหกรรม
พร้อมพัฒนาระบบติดตามและควบคุมการดำเนินงานแบบศูนย์รวม (Dashboard Control Tower) ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ
รวมถึงต่อยอดสู่การพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูลทางธุรกิจ โดยร่วมมือกับพันธมิตร

นอกจากนี้ OR ได้เสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาด้าน Mobility ผ่านการเป็น Thailand Mobility Partner ที่ขยายเครือข่าย EV Station PluZ ให้ครอบคลุม 77 จังหวัด
ควบคู่กับการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับการบินไทย เวียตเจ็ทแอร์ และบางกอกแอร์เวย์สพร้อมทั้งปรับ Mode การขนส่งโดยเพิ่มการใช้ขนส่งทางท่อแทนทางรถยนต์หรือรถไฟ เพื่อการบริหารจัดการด้านระบบ Logistic ให้ Optimization มากที่สุด
รวมทั้งพัฒนา Retail Mixed-Use Platform รูปแบบใหม่ผ่าน PTT Station Flagship ที่มีธุรกิจ Non-oil ถึง 80% และต่อยอดสู่ OR Space ที่มุ่งเน้นธุรกิจ Non-oil 100% รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความสำเร็จในธุรกิจไลฟ์สไตล์
นอกจากนี้ Café Amazon ยังทำยอดขายกว่า 1 ล้านแก้วต่อวัน พร้อมขยายความแข็งแกร่งให้ธุรกิจต้นน้ำผ่าน Café Amazon Park ที่ จ.ลำปาง รวมถึงการเปิดจุดรับซื้อและโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรชุมชนในพื้นที่แล้วกว่า 370 ตัน
นอกจากจะเป็นโรงงานแปรรูปเมล็ดกาแฟต้นแบบแล้ว ยังสร้างการเติบโตร่วมกับชุมชนตามแนวทาง OR SDG ด้วยการพัฒนาระบบ KALA Application เพื่อรวบรวมข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ปลูก และคุณภาพเมล็ดกาแฟ

ขณะเดียวกัน ยังเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจไลฟ์สไตล์ผ่านการเปิดร้าน found&found แบรนด์เฮลธ์แอนด์บิวตี้รีเทลรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพและความงาม โดยวางแผนขยายเป็น 10 สาขาในปี 2025 พร้อมทั้งบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 30%
โดยการตัดสินใจขายสินทรัพย์ในธุรกิจที่ไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นธุรกิจที่โออาร์ไม่ถนัดออก อาทิ ไก่เท็กซัส ร้านอาหารโคเอ็น แอพพลิเคชั่น FIXX ลงทุนแมน และ OR CHINA หรือร้านอเมซอนในประเทศจีน
OR ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยวางรากฐานผ่านการลงทุนใน PTT (Cambodia) หรือ PTTCL ในฐานะ Second Homebase พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้ง Marine Terminal และสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ถนนฮุนเซนบูเลอวาร์ด ประเทศกัมพูชา
ควบคู่กับการต่อยอดโครงการ Project ONE ในประเทศฟิลิปปินส์ หรือ PTTPC แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ปตท. รวมทั้งขยายโอกาสทางธุรกิจสู่เวียดนาม ผ่านการสร้างฐานธุรกิจ LPG แห่งใหม่ และขยายแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟใน สปป.ลาวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
“ปีหน้า OR จะต้องเทกออฟ EBITDA ขึ้นไปเป็น 30% จากปีนี้ 27% เพราะเอาธุรกิจที่ไม่ได้ทำกำไรหรือโตไม่ไหวออกไปแล้ว และปี 2568 จะเป็นปีแห่งการลงทุนของ OR ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญกับ CEO คนใหม่ จะต้องไปหาโอกาสในการลงทุนให้ได้ โดยมองไปถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์เป็นดาวรุ่งโดยเฉพาะธุรกิจ found&found จะเป็นธุรกิจที่เติบโตได้แน่นอน เพราะธุรกิจ health&wellness ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ ซึ่งจะสามาถผลักดันให้ธุรกิจเติบโตและผลักดันให้โออาร์ขยายตัวขึ้น แต่จะต้องมีการลงทุนกับพาร์ตเนอร์ที่ใหญ่และสร้างอิมแพ็คให้ได้” นายดิษทัตเน้นย้ำ

พร้อมทิ้งท้ายถึงชาวโออาร์ให้รักองค์กร อย่าให้คนไม่หวังดีเข้าแสวงหาประโยชน์จากโออาร์
ก่อนจะมอบหนังสือให้น้องๆ สื่อมวลชน หนังสือสะท้อนตัวตนนายดิษทัตที่ชื่อ “ชัยชนะของผู้กล้าคิดต่าง”

