หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง-ธปท.แถลง...

คลัง-ธปท.แถลงวันนี้ แพคเกจแก้หนี้3กลุ่ม บ้าน-รถ-เอสเอ็มอี

11.12.24 | 06:20 น.

คลัง-ธปท.แถลงวันนี้ แพคเกจแก้หนี้3กลุ่ม บ้าน-รถ-เอสเอ็มอี


รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 ธันวาคม จะมีการพิจารณารายละเอียดมาตรการแก้หนี้สถาบันการเงินในส่วนของหนี้บ้าน รถ และ เอสเอ็มอี เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล)ไม่เกิน 1 ปี และลูกหนี้ที่มีปัญหาในการชำระหนี้ หลังจากครม.เห็นชอบแล้ว กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย จะร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยูเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้ ที่ธปท. หลังจากนั้น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะนำทีมแถลงรายละเอียดต่อไป

ข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันมีลูกหนี้แบงก์พาณิชย์ที่เป็นเอ็นพีแอลและมีปัญหาในการชำระหนี้อยู่ประมาณ 1.6-1.8 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลหนี้รวมกันประมาณ 8.9 แสนล้านบาท จะขยายไปถึงลูกหนี้ของสถาบันการเงินของรัฐ และลูกหนี้ของนอนแบงก์ด้วย เพื่อช่วยลูกหนี้ที่เดือดร้อนได้มากขึ้น

“ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอลไม่เกิน 1 ปี ไม่เกินวันที่ 31 ต.ค.2567 หากได้รับการช่วยเหลือ มีการติดต่อกับสถาบันการเงิน ต้องการชำระหนี้อย่างจริงจัง โดยได้รับการพักดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี แต่ยังต้องชำระค่างวดตามที่ได้ตกลงกับสถาบันการเงิน ซึ่งเงินงวดที่ผ่อนชำระ ถือเป็นการผ่อนชำระเงินต้นทั้ง 100% หากผ่อนชำระได้ครบตามที่กำหนด จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยทั้งหมด ส่วนขนาดของหนี้ของลูกหนี้แต่ละกลุ่มจะเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ ต้องรอให้ครม.เห็นชอบให้ชัดเจนก่อนโดยอาจมีการขยายขนาดหนี้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ช่วยเหลือได้อย่างแท้จริง”

Advertisement

ข่าวแจ้งว่า สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้ไม่เกิน 5 พันบาท ที่เป็นบัตรเครดิตค้างชำระ จะได้รับการช่วยเหลือด้วยการยกหนี้ให้ด้วย แต่ลูกหนี้ต้องมีการชำระเงินต้นคืนให้กับสถาบันการเงินส่วนหนึ่ง โดยลูกหนี้รายย่อยเหล่านี้มีอยู่ประมาณ 1 ล้านราย โดยที่ประชุมครม.จะพิจารณากรอบให้ความช่วยเหลือกับนอนแบงก์ เช่น การผ่อนเกณฑ์บางอย่าง การหาแหล่งเงินต้นทุนต่ำ เพื่อจูงใจให้นอนแบงก์เข้าร่วมมาตรการแก้หนี้ เช่นเดียวกับเรื่องของการแจกเงินหมื่นบาทให้กับผู้สูงวัยที่ครม.จะพิจารณาเห็นชอบด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของลูกหนี้ดีที่มีการผ่อนชำระหนี้ตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง ก็จะได้รับการพิจารณาในการลดดอกเบี้ยให้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและไม่เกิดปัญหาการจงใจเบี้ยวหนี้ตามมา โดยต้องเป็นลูกหนี้ในกลุ่มของสินเชื่อบ้าน รถยนต์และเอสเอ็มอี และผ่อนชำระดีมาตลอดเช่นกัน