พิชัย เปิดโครงการ คุณสู้ เราช่วย หวังช่วยแก้หนี้ยั่งยืน เผย ครม. ไฟเขียวลดเงินกองทุนFIDF เหลือ 50% ช่วยหวังดึงเงินเข้าระบบปี ละ 7.8 หมื่นล. ชี้แค่เฟสแรก พร้อมลุยเติมเงินก๊อก 2 ต่อ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ธันวาคม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดพิธีลงนามบักทึกข้อตกลงความร่วมมือและหนังสือแสดงเจตนารมณ์และเปิดตัวโครงการ “คุณสู้ เราช่วย ปิดหนี้ได้ไว ไปต่อได้เร็ว” ภายใต้ความร่วมมือของ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธปท. สมาคมธนาคารไทย สามคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ โดยมี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการ สมาคมธนาคารไทย และนายวิทัย รัตนากร ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ
ทั้งนี้ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและหนังสือแสดงเจตนารมณ์ ระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย (TBA) และสมาคมธนาคารนานาชาติ (AIB) ด้วย
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ถูกใจชื่อโครงการนี้ เพราะชีวิตนี้มีความหวังแม้ประเทศจะอยู่ในภาวะที่ซึมเซามากว่า 10 ปี และเจอโควิดอีก ทำให้ ศก.ไม่ดีเท่าที่ควร เราก็ไม่ทน และสู้ด้วย หวังว่าไตรมาส 4 ได้ 2.8% บวกลบ คิดว่าน่าจะเพิ่มได้อีก เพราะมีการเติบโตและมีหลักฐาน เมื่อเราจะก้าวไปข้างหน้า ครัวเรือนและเอสเอ็มอีมีปัญหาเยอะ จึงต้องเริ่มต้นแก้ปัญหาให้หนี้ที่มีอยู่เดิมให้นิ่งก่อน ให้หนี้เท่าเดิมภาระการจ่ายลดลง ด้วยสิ่งที่ท่านได้ร่วมกันคิด ขอบคุณที่คิดเรื่องนี้กันเพื่อให้คิดกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เชื่อว่าก๊อก 2 ก็จะออกมาด้วยการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ ศก. ทั้งการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้คนที่ดีอยู่และกำลังดีเพื่อช่วยกันในเฟส 2
นายพิชัยกล่าวว่า การทำเรื่องคุณสู้ เราสู้ จะช่วยต้องมีคนช่วยทำ คือ ธปท. สมาคมธนาคาร ปลัดกระทรวงการ สถาบันการเงิน และ รบ. จะต้องลงมาดูว่าจะช่วยอะไร ต้องใส่เม็ดเงินลงมา โดยเมื่อเช้า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการคุยเรื่องกองทุนเอฟไอดีเอฟ เหลือลงครึ่งเดียวน่าจะ 3 ปี แต่จะทำเป็นปีๆ ไปน่าจะ 3.9 หมื่นล้านบาทในส่วน รบ. แปลว่าจะมีส่วนทางทางสถาบันการเงินให้การช่วยเหลือสัดส่วนที่เท่ากัน 7.8 หมื่น 3 ปี 2 แสนกว่าล้าน ก็โอเค
หากเป็นอย่างนี้จะเห็นเงินต้นลดลง หากเป็นเด็กดีต่อเนื่อง สู้ต่อเนื่องเอ็นพีแอลก็จะลดลง แบงก์พาณิชย์ก็รอ 12 เดือนเพื่อให้เขากลับเข้าระบบมาใหม่ หวังว่าสิ้นปีเอ็นพีแอลลดลง เพราะมีความหวังเมื่อทำสิ่งเหล่านี้แล้ว
ในส่วนจองภาครัฐมี ม.28 (ไม่ใช่เอฟไอดีเอฟ) เราจะใช้กล้ามเนื้อที่มีอยู่รัฐจะหาเงินล่วงหน้าในส่วนที่แบงก์รัฐมีขีดความสามารถอยู่ แต่เม็ดเงินมาจาก ม.28 แต่เนื่องจากดูแลภาระปกติอยู่แล้ว เป็นทุกปี การกู้เงินอยากเห็นแบงก์ดีขึ้น เห็นผู้ฝากเงินเข้ามาช่วยเหลือ หักจากเงินฝาก 0.46% ต่อปี มาเก็บไว้ที่กองทุนพัฒนา ต่อทุกปี ก็จะช่วยเหลือลดดอกเบี้ยให้ หยุดดอกให้ก็ใช้เงิน 7-8 พันล้านบาทต่อปี 0.125%
อยากเห็นแบงก์พาณิชย์ช่วยดูแล เพราะพวกนี้เป็นลูกค้าท่านให้ยั่งยืนคือต้องให้ลูกค้ากลุ่มพวกนี้รอด 90% ลูกค้าท่าน คือคนในปะเทศ หากคนพวกนี้รอด ท่านก็รอด เราก็รอด อยากแถมอีกประโยคว่าสิ่งที่จะช่วยนี้เราจะไม่ละเว้นวินัยการเงินการคลัง ภาครัฐ จะไม่ละเลยเรื่องนี้ แต่เราไม่อยากสนับสนุนว่าเราช่วยแล้วท่านไม่จ่าย ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองก็ขอให้รักษาหน้าที่ตัวเอง
ส่วนผู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินนั้นก็จะหยิบมาดูด้วยว่าจะได้ข้อยุติที่เร็ววัน โดยสรุปการช่วยเหลือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นจิ๊กซอว์มีโอกาสสำเร็จสูง เดินไปข้างหน้าได้ เลือกทิศทางการลงทุนที่ดี งานดี และทางการศึกษาก็พร้อมที่จะเตรียมคน คนดี และมีแหล่งเงินที่ดีแข็งแรง ครบ 3 อย่างชาติเจริญแข็งแรง
อย่างไรก็ดี การเติบโตของเศรษฐกิจยังมีความแตกต่างกันในแต่ละภาคส่วน รายได้ของครัวเรือนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) บางกลุ่มยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ขณะที่ภาระหนี้และค่าครองชีพหรือต้นทุนการประกอบธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางจำนวนมากยังเผชิญกับปัญหาในการชำระหนี้อยู่
กระทรวงการคลัง ธปท. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-Banks) บางแห่ง จึงได้ร่วมกันผลักดันมาตรการชั่วคราวเพิ่มเติม ภายใต้ชื่อโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและเอสเอ็มอี โดยครอบคลุมลูกหนี้รวมจำนวน 2.1 ล้านบัญชี เป็นลูกหนี้ 1.9 ล้านราย และมียอดหนี้รวมประมาณ 8.9 แสนล้านบาท
ซึ่ง โครงการดังกล่าวมีกลไกการส่งเสริมวินัยทางการเงินควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเสียวินัยในการชำระหนี้ (moral hazard) ในภายหลัง โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” นับเป็นการประสานบทบาทของทั้งภาครัฐ เอกชน และลูกหนี้ ในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนในกลุ่มเปราะบาง โดยลูกหนี้จะต้องลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการและชำระหนี้ตามเงื่อนไข ขณะที่ภาครัฐและสถาบันการเงินจะร่วมสนับสนุนเม็ดเงินในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมฝ่ายละครึ่งหนึ่ง (50%) เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ร่วมโครงการ
สำหรับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการที่ 1 “จ่ายตรง คงทรัพย์” เป็นการช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และเอสเอ็มอี ขนาดเล็กที่มีวงเงินไม่สูงมาก ให้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้แบบลดค่างวดและพักภาระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยค่างวดที่จ่ายจะนำไปตัดชำระเงินต้นทั้งหมด ขณะที่ดอกเบี้ยที่พักไว้ตลอดระยะเวลา 3 ปี จะได้รับการยกเว้น หากลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดระยะเวลาของมาตรการ (ชำระเงินตรงเวลาและไม่ทำสัญญาสินเชื่อเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนแรกของการเข้าโครงการฯ)

