แอตต้า ลุ้นต่างชาติเที่ยวไทยปิดปี 67 ตามเป้า หวั่นปีหน้า 40 ล้านคน แบกหนักเกินไป
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการท่องเที่ยวไทย ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2567 พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 ธันวาคม 2567 ทั้งสิ้น 32,719,298 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประมาณ 1,535,154 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 6,325,694 คน มาเลเซีย 4,586,284 คน อินเดีย 1,961,246 คน เกาหลีใต้ 1,723,423 คน และรัสเซีย 1,551,205 คน โดยจากการประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยเฉลี่ย 2 ล้านกว่าคนต่อเดือน ทั้งปี 2567 น่าจะปิดอยู่ประมาณ 35 ล้านคน สอดคล้องกับเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ตั้งไว้ 35 ล้านคน แม้มีการปรับลดลงจากช่วงต้นปีก็ตาม
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า จากการทำตลาดจีนหรือไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่การท่องเที่ยวไทยยังดีอยู่เป็นเรื่องการบริการ นักท่องเที่ยวรู้สึกพอใจ ทั้งเรื่องอาหารและที่พักเป็นจุดขาย แต่เรื่องที่ส่งผลต่อความดึงดูดให้เข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นหรือลดลง เป็นการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่มีการพัฒนามากเท่าที่ควร รวมถึงสินค้าที่ยังไม่ได้ใหม่มากนัก ยังมีสินค้าและบริการแบบเดิมๆ สวนทางกับต่างประเทศที่มีการพัฒนาไปไกลมากแล้ว ใช้ช่องทางออนไลน์เข้ามามีบทบาทในการทำตลาด ควบคู่ไปกับออฟไลน์ การนำระบบดิจิทัลเข้ามาอำนวยความสะดวกในการบริการ ส่วนนี้ของประเทศไทยยังถูกมองว่ามีความล้าหลัง จะต้องเข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน
“ตอนนี้ต้องหาวิธีทำอย่างไรให้มีความสะดวกมากขึ้น และมีความปลอดภัยในการท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มข้อมูลดิจิทัลบนออนไลน์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เมืองน่าเที่ยวเข้ามาเป็นจุดขาย การชูแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ และการทำกิจกรรมใหม่ๆ อีกหลายด้าน เพราะมองว่าข้อมูลบนออนไลน์ของไทยยังไม่แข็งแรงมากเพียงพอ ทำให้ซัพพลายไชด์เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน ทั้งข้อมูลบนออนไลน์ มาตรฐานการเดินทาง ระบบคมนาคมต่างๆ” นายอดิษฐ์ กล่าว
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ปี 2568 ได้ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ที่ 40 ล้านคน เป็นครั้งแรก จากปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ที่มีต่างชาติเที่ยวไทย อยู่ที่ 39.7 ล้านคน ตามนโยบายของนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการให้ช่วยกันส่งเสริมการตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สูงกว่าเป้าหมายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายการทำงานไว้ที่ 39.5 ล้านคน สร้างรายได้ 3.4 ล้านล้านบาท โดยเบื้องต้นประเมินว่าเป็นเป้าหมายที่สูงไปเล็กน้อย แต่หากเป็นตัวเลขที่ 38 ล้านคนยังถือว่ามีโอกาส เพราะต้องยอมรับว่าฐานของไทยค่อนข้างกว้าง ซึ่งเราก็พยายามออกมาตรการผลักดันการท่องเที่ยวแบบทุกทาง แต่ปัญหาคือ เรื่องวีซ่า แหล่งท่องเที่ยว รูปแบบการเดินทาง ทุกประเทศก็ยกระดับขึ้นมาแข่งกับไทยเช่นกัน ทำให้ต้องกลับมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้งว่า การตั้งเป้าในตัวเลขที่สูงมากๆ มีความเป็นไปได้มากน้อยเท่าใด
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า มาตรการด้านการตลาดเพื่อเป็นแรงส่งตั้งแต่ต้นปี 2568 นั้น เบื้องต้น ททท.ได้กำหนดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น โดยมีการดำเนินการร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน ภายใต้แคมเปญใหญ่ Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 ที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านภาพยนตร์ โรงแรมและสายการบิน ซึ่งจะความร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ ดำเนินการทั้งหมด 5 Grand เพื่อให้มีกิจกรรมครอบคลุมตลอดทั้งปี 2568 ทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ทำให้ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ปี 2568 ไล่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จะมีมาตรการที่ชัดเจนตามที่วางไว้ มีการวางไว้แล้วว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อกระตุ้นตลาดล่วงหน้าทั้งตลาดไทยเที่ยวไทย และต่างชาติเที่ยวไทย จึงมองว่าเรื่องพวกนี้หากคุยกันตั้งแต่แรก เพื่อวางแผนล่วงหน้าจะทำให้เดินหน้าเข้าถึงเป้าหมายได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ 5 Grand หลัก ได้แก่ 1.Grand Festivity จัดกิจกรรมใหญ่ตลอดทั้งปีเป็นจุดขายหลักในการดึงนักท่องเที่ยวท่องเที่ยวพร้อมอำนวยความสะดวกการเดินทางให้ครบทุกช่องทางมากที่สุด
2.Grand Moment นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวที่มอบประสบการณ์ประสบการณ์ใหม่ใหม่และพิเศษสุดแบบ VERY VIP
3.Grand Privilege รวมช้อปปิ้ง แพ็คเกจทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน ช่องทางการจ่ายเงินที่สะดวกไร้รอยต่อ
4.Grand Invitation เชิญบุคคลระดับโลกมาเมืองไทยตลอดทั้งปี อาทิ นักร้อง นักดนตรีระดับโลก นักกีฬาระดับตำนานนักเขียนรางวัลโนเบล มาท่องเที่ยวและแชร์ประสบการณ์
และ 5.Grand Celebration การจัดงานเฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆเพื่อดึงการท่องเที่ยว

