ปธ.หอค้าไทย ชื่นชม ‘ความพยายาม-ความตั้งใจ’ 90 วัน ครม.อิ๊งค์ ชงปี’68 รัฐบาลต้องวางหมุดเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการทำงานของรัฐบาล นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ตลอดช่วง 90 วันที่ผ่านมานั้น หอการค้าต้องขอชื่นชมรัฐบาล โดยเฉพาะในประเด็นความพยายามและความตั้งใจในการผลักดันนโยบายใหม่ใหม่ภายใต้ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และปัญหาความตึงเครียดของการเมืองและสงครามระหว่างประเทศ หลายนโยบายรัฐบาลก็มาถูกทางและทำได้ดี
อาทิ ด้านการท่องเที่ยวและซอฟต์พาวเวอร์ เรื่องนี้ต้องชื่นชมรัฐบาลที่พยายามผลักดันหลายมาตรการเพื่อทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยกลับมาเติบโตได้โดดเด่นในวันนี้ ตั้งแต่การยกเลิกวีซ่าเข้าไทยกับหลายสิบประเทศทั่วโลก การปรับขั้นตอนและอำนวยความสะดวกคนเข้าเมือง โดยเฉพาะในสนามบินสุวรรณภูมิให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกันภายในประเทศก็มีการเร่งโปรโตทนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ทั้งด้านอาหาร การจัดบิ๊กอีเวนต์และเฟสติวัล เทศกาลสำคัญๆ ของประเทศ สิ่งเหล่าทำให้มีผลต่อความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่ทำให้วันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้วกว่า 32 ล้านคน (ข้อมูล 1 ม.ค.-8 ธ.ค.2567) ซึ่งส่วนนี้หากมีการวางแผนและเพิ่มการประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากขึ้น เชื่อว่าปีหน้าอาจทำให้เราได้เห็นนักท่องเที่ยวกลับมาแตะ 40 ล้านคนได้
ด้านการดึงดูดการลงทุน ส่วนนี้ชื่นชมความพยายามของรัฐบาลในการดึงบิ๊กคอร์ป ยักษ์ใหญ่ของโลกในด้านเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Data Center, Cloud Service, อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน EV, การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้มีตัวเลขการเข้ามาลงทุนเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าหลายโครงการสำคัญยังขาดความชัดเจนในเรื่องเม็ดเงินการลงทุน ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกบางบริษัทมีการประกาศตัวเลขการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าไทยอาจจำเป็นต้องเร่งยกเครื่องการดึงดูดการลงทุน การปรับปรุงมาตรการที่ดึงดูด ทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะการเร่งยกระดับ ศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ ซึ่งส่วนนี้ยังมองว่าเป็นโจทย์ใหญ่หากจำเป็นต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสามารถมากกว่า เช่น เวียดนาม มาเลเซีย
นายสนั่นกล่าวต่อว่า อีกส่วนคือความพยายามในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ภาคธุรกิจที่เป็นเหมือนตัวฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในวันนี้ แม้ว่าการแก้ไขปัญหาหนี้และตัวเลขหนี้สาธารณะยังมีแนวโน้มไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร แต่ก็เห็นถึงความพยายามของรัฐบาล โดยเฉพาะการรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชน ซึ่งหอการค้าขอบคุณรัฐบาลที่ได้ตอบรับข้อนำเสนอหลายมาตรการของเอกชน ทั้งผ่านสมุดปกขาวในนามของ กกร. และสมุดปกขาวหอการค้าไทย ปี 2567 ซึ่งหลักใหญ่ใจความสำคัญคือการเร่งแก้ไขหนี้ให้กับคนไทย โดยเฉพาะหนี้รถปิกอัพ ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของประชาชนไม่ให้ถูกยึด
ขณะเดียวกันก็ยังได้เสนอถึงการพิจารณาลด-ยืดหนี้ของประชาชน และนำมาสู่การแก้หนี้ครัวเรือน นโยบายแก้หนี้ครัวเรือน โดยเน้นที่หนี้ “รถยนต์” และ “บ้าน” โดยธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคาร และธนาคารพาณิชย์จะช่วยกันลดการส่งเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูลง 0.23% หรือรวมกันเป็น 78,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อพักดอกเบี้ย 3 ปี ให้ลูกหนี้จ่ายคืนเงินต้นได้เต็มจำนวน โดยจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2568 พร้อมออกมาตรการประนอมหนี้แบบพิเศษที่จะล้างหนี้ให้ทั้งหมด สำหรับลูกหนี้มูลหนี้ต่ำกว่า 5,000 บาท หอการค้าเชื่อว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน สร้างโอกาส และลดความเลื่อมล้ำได้มาก
อย่างไรก็ตาม หอการค้ามองว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมี New Growth Engine (เครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่) เพื่อผลักดันให้ไทยพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ทั้งการแก้หนี้ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและทักษะของแรงงาน การจัดการสังคมผู้สูงอายุ เสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งมีผลต่อความต่อเนื่องของนโยบายด้านเศรษฐกิจ อาจทำให้ไทยถูกมองข้าม จากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
“สิ่งที่หอการค้าอยากฝากให้กับรัฐบาลได้พิจารณาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า 2568 คือการเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน มาตรการส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวในจังหวัดที่มีศักยภาพ หรือจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้และความเจริญให้ทั่วถึง ส่วนนี้จะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกันโจทย์ใหญ่อย่างการแก้ไขปัญหาหนี้ก็จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และพิจารณามาตรการเฉพาะในหนี้แต่ละประเภท ซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล สถาบันการเงิน หน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน” นายสนั่นกล่าว
นายสนั่นกล่าวด้วยว่า ข้อเสนอสมุดปกขาวทั้งจาก กกร.และหอการค้าไทยที่ได้รวบรวมความคิดเห็นของภาคเอกชนทั่วประเทศ จัดทำเป็นข้อเสนอและแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลสามารถนำไปพิจารณา และปรับเป็นมาตรการที่เหมาะสมก็จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถที่จะเดินหน้า ท้าทายกับความผันผวนของเศรษฐกิจปี 2568 ได้อย่างเข้มแข็ง และสามารถเติบโตได้เป้าหมายต่อไป โดยหอการค้าและภาคเอกชนพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ว่าวันนี้ทุกคนคือทีมเดียวกัน

