หน้าแรก เศรษฐกิจ รฟท.เซ็นสัญญา...

รฟท.เซ็นสัญญา ช.ทวี-เอเอส 2.86 หมื่นล้าน ลุยรถไฟทางคู่ ขอนแก่น-หนองคาย คาดเปิดปี 71

12.12.24 | 19:43 น.

รฟท. ลงนามสัญญาโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย วงเงิน 2.86 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามสัญญาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย กับ กิจการร่วมค้า ช.ทวี-เอเอส ก่อสร้าง มูลค่าโครงการ 28,679,000,000 บาท และร่วมลงนามในข้อตกลงคุณธรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งทางรางระหว่างภูมิภาค รองรับการเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างไทย-ลาว-จีน

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย การรถไฟฯดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ในแผนงาน 1 การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง (การพัฒนาระบบรถไฟรางคู่) ระยะที่ 2 และคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย มีมติเห็นชอบให้การรถไฟฯขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งทางราง สนับสนุนการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า สอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และสามารถประหยัดการใช้พลังงานของประเทศได้ในระยะยาว

นายวีริศกล่าวว่า การรถไฟฯมีโครงการที่จะพัฒนาทางคู่อย่างต่อเนื่อง ตามแผนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 อีก 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,488 กิโลเมตร โดยทางคู่ระหว่างสถานีขอนแก่น-หนองคาย ถือเป็นการต่อยอดเส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น เพื่อเชื่อมโยงกับการบริการขนส่งและโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งในระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากโครงการดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความตรงต่อเวลาและความรวดเร็วในการเดินทางด้วยรถไฟ ในรัศมี 500 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ที่สามารถใช้เวลาน้อยลง 1 เท่าตัว รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการเดินทางของประชาชนในอนาคต

Advertisement

สำหรับรูปแบบโครงการดังกล่าว เป็นการก่อสร้างทางรถไฟใหม่เพิ่ม 1 ทาง ขนานไปกับทางรถไฟเดิม และก่อสร้างปรับแนวเส้นทางใหม่บางส่วน รวมระยะทางประมาณ 167 กิโลเมตร ประกอบด้วย อาคารสถานี 14 สถานี ที่หยุดรถ 4 แห่ง ลานบรรทุกสินค้า 3 แห่ง พร้อมทั้งงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมตลอดทั้งสายทาง คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2571

“การรถไฟฯเร่งก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ทั้งโครงข่ายรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ทางคู่ระยะเร่งด่วน ทางคู่สายใหม่ ตลอดจนโครงการรถไฟความเร็วสูงให้แล้วเสร็จตามแผนงาน เพื่อให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางรางในภูมิภาคอาเซียนต่อไป” นายวีริศกล่าว