นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยในส่วนของพื้นที่ที่รับผิดชอบในเขตชลประทานนั้น ขณะนี้สามารถดำเนินการได้ประมาณ 1.44 ล้านตัน จากแผนที่กำหนดไว้ทั้งหมด 2.77 ล้านตัน นอกจากนี้ยังได้ร่วมบูรณาการกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า และหน่วยงานทหาร เพื่อกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำสายหลักไปแล้วจำนวน 175,844 ตัน จากแผนที่กำหนดไว้ 232,411 ตัน ซึ่งกรมชลฯมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาได้ตามแผนที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน
นายทองเปลวกล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีนช่วงตั้งแต่วัดทรงคนองลงไปจนถึงปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นภารกิจพิเศษที่กรมชลฯได้ร่วมบูรณาการกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ขณะนี้สามารถกำจัดผักตบชวาไปแล้วกว่า 13,000 ตัน ซึ่งประเมินจากการใช้อากาศยานไร้คนขับ คาดว่าจะมีผักตบชวาประมาณ 50,000 ตัน อย่างไรก็ตามเพื่อเร่งดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว กรมชลฯจะนำเครื่องจักรเครื่องมือลงพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งจะสามารถกำจัดผักตบชวาได้ถึง 2,000 ตัน/วัน
“การกำจัดผักตบชวาของกรมชลประทานเดิมนั้น จะกำจัดเป็นรอบเวร แต่ขณะนี้ได้ปรับแผนใหม่ตามวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้เป็นงานประจำทำต่อเนื่องและเฝ้าระวังตลอดเวลา ส่วนผักตบชวาที่เก็บได้ให้นำไปผลิตเป็นปุ๋ยแจกจ่ายแก่เกษตรกรในพื้นที่เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อไป” นายทองเปลวกล่าว
นายทองเปลวกล่าวว่า หลังจากการดำเนินงานกำจัดผักตบชวาในพื้นที่ที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานแล้ว ในระยะต่อไปจะเป็นเรื่องของมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง ไม่ให้ผักตบชวาแพร่กระจายอีก เพื่อประกาศเป็นเขตปลอดผักตบชวาให้ได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 พร้อมทั้งจะจัดทำแผนดำเนินการจำกัดผักตบชวาในแหล่งน้ำปิดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 200 ไร่ เพื่อประกาศเป็นเขตปลอดผักตบชวา ภายในปี 2561 และในพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น กว๊านพะเยา บึงสีไฟ หนองหาน เป็นต้น ให้เป็นเขตปลอดผักตบชวาภายในระยะเวลา 2-5 ปี

