เปิดมุมมอง โสภณ ยกเหตุผล 6 ข้อ ตอบคำถาม ไทยจะใช้บิตคอยน์ ไหวหรือไม่
จากกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีอาจจะมอบให้ทางกระทรวงการคลัง ไปศึกษาเพื่อรับบิตคอยน์ได้หรือไม่ ใช้แซนด์บ็อก เช่น จ.ภูเก็ต ใช้บิตคอยน์ เพื่อให้คนถือบิตคอยน์มาใช้เงิน อีกเรื่องที่น่าติดตามคือเหรียญที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีอาจจะให้กระทรวงการคลังศึกษา เช่นด้วยการออกคอยน์ โดยมีบอร์นของรัฐบาลค้ำประกัน เพื่อทำให้เงินไหลเวียนในเศรษฐกิจ
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) ได้เผยมุมมองในเรื่องนี้ว่า มองว่ามีความเสี่ยงที่จะใช้บิตคอยน์ในการเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะ 1. บิตคอยน์มีราคาที่ผันผวนสูงมาก ไม่สามารถจะนำมาใช้เพื่อเป็นสกุลเงินได้ ที่ผ่านมาส่วนมากใช้เพื่อการเก็งกำไร 2. ขาดการกำกับดูแลในด้านกฎหมายและการกำกับดูแล ทั้งนี้เงินดิจิทัลนี้มีลักษณะเป็น “สีเทา” 3. มีความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ศูนย์แลกเปลี่ยนที่จะได้ประโยชน์เป็นสำคัญหากนำบิทคอยน์มาใช้
4.มีผลกระทบต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ใช้ “เงินจริง” ไม่ใช่ใช้ “เงินปลอม” เหมือนบิตคอยน์ 5. มีความเสี่ยงด้านคอมพิวเตอร์ เช่น การโจมตี การแฮกกระเป๋าเงิน การมีแพลตฟอร์มปลอม ทำให้สูญเสียเงินมหาศาล ซึ่งพบได้ในแต่ละปีเป็นอันมาก จึงรั่วไหลสูง 6. ทุกวันนี้มีเพียงประเทศที่การพัฒนาต่ำ เช่น เอลซัลวาดอร์ที่ยอมรับบิตคอยน์ ประเทศใหญ่ๆ ไม่ได้ยอมรับ “เงินปลอม” นี้ ถ้าไทยรีบนำมาใช้อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลประเทศชาติโดยรวมได้
อย่างไรก็ตามนายโสภณ มองว่า ในส่วนของของข้อเสนอให้มีเหรียญที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (stablecoin) โดยเสนอให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังไปศึกษา ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยไม่ต้องพิมพ์แบงก์เพิ่ม ด้วยการออกคอยน์ โดยมีพันธบัตรของรัฐบาลค้ำประกัน เพื่อทำให้เงินไหลเวียนในเศรษฐกิจนั้น เห็นว่าเป็นข้อเสนอที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะการออกโทเคนต่างๆ ของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะช่วยให้เกิดการลงทุนมากขึ้น

