ททท. ชูโครงการ Workation 2 ดึงต่างชาติดิจิทัล โนแมด หวังดันรายได้โต 3 ล้านล้าน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เปิดตัวโครงการ Workation Paradise Throughout Thailand Season 2 ต่อยอดจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอิกไนท์ ไทยแลนด์ ที่รัฐบาลได้วางแผน และตั้งเป้าหมายการสร้างรายได้ท่องเที่ยวในปี 2567 ไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท ททท.จึงเดินหน้าจัดกิจกรรม และทำแคมเปญเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2567 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2568 (ธันวาคม – เมษายน) ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) โดยการทำโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะเป็นการเติมเต็ม และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ หลังจากได้ทำมาตลอด 3 ปี เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายดิจิทัล โนแมด หรือรีโมท เวิร์กเกอร์ ที่กำลังเติบโตขึ้น ททท. จึงเชื่อมั่นว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้การท่องเที่ยวสู่เป้าหมาย 3 ล้านล้านบาท และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เกิดความคล่องตัวอย่างต่อเนื่อง

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า เพื่อเป็นส่วนช่วยเพิ่มการท่องเที่ยวในวันธรรมดา (weekday) ให้มากขึ้น ททท.จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับนักท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรม 100 เดียวเที่ยวได้งาน ซึ่งเป็นการนำวอชเชอร์จากสถานประกอบการต่างๆ มาขึ้นขายภายใต้โครงการในราคาเพียง 100 บาท (สุทธิ) บนเว็บไซต์ของโครงการ โดยมีหมวดหมู่ครอบคลุมการท่องเที่ยว และสถานประกอบการชั้นนำหลากหลาย อาทิ ตั๋วเครื่องบินจากสายการบินแอร์เอเชีย แพคเกจที่พักศาลา เขาใหญ่ บันยันทรีภูเก็ต และพลูแมนเขาหลัก รีสอร์ท ร้านอาหารอย่างคอฟฟี่บีน บายดาว แบล็คแคนยอน และสตาร์บัค ไทยแลนด์ และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว สวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส และวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล โดยจะจัดกิจกรรมจำนวน 4 รอบ ทุกๆ วันที่ 20 ของเดือนธันวาคม 2567 เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2568

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. กล่าวว่า ความพิเศษของโครงการ Workation Paradise Throughout Thailand Season 2 คือการนำไอเดีย Pop-up workspace ซึ่งเป็น Portable office หรือออฟฟิศขนาดเล็ก ไปติดตั้งยังจุดต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรืออยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 5 จุด ทั้ง 5 ภูมิภาค ได้แก่ บริเวณสยาม กทม., เซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา, อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และเกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายได้เข้าไปใช้งาน เป็นการสร้างบรรยากาศให้การทำงานผ่อนคลายมากขึ้น ภายในตู้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เหมาะกับการทำงานโดยเฉพาะ อาทิ จอสำหรับการประชุม เครื่องพรินต์เตอร์ ไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และโต๊ะทำงาน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายใดในการใช้งานด้วย


