พิชัย คาดม.ค.68 ชงชื่อ กิตติรัตน์ นั่งปธ.บอร์ด ธปท. เข้าครม. เผยต้องรอความเห็นหน่วยงานก่อน แย้มของขวัญปีใหม่คลัง อาจเห็นหลังปีใหม่ไปแล้ว
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังงานมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2567 ว่า กรณีการนำเสนอเรื่องการแต่งตั้ง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น อยู่ระหว่างการเวียนหนังสือขอความเห็นจากหน่วยงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะเสนอ ครม.เห็นชอบตามขั้นตอน
นายพิชัยกล่าวว่า ซึ่งมีบางหน่วยงานส่งหนังสือกลับมาแล้วหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่ครบ เพราะฉะนั้น ถ้าได้หนังสือความเห็นจากหน่วยงานครบเมื่อไหร่ กระทรวงการคลังก็จะเสนอเรื่องดังกล่าวเข้า ครม.ทันที ทั้งนี้ ยังมีเวลานำเสนอได้ถึงกลางเดือนมกราคม 2568 ขณะที่เรื่องกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อปี 2568 นั้น ก็ใกล้จะได้ขอสรุปแล้ว คาดว่าน่าจะจบในเร็วๆ นี้ โดยยังพอมีเวลาเล็กน้อยก่อนจะถึงสิ้นปี 2567
“ส่วนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการเติมเงิน 10,000 บาท เฟส 2 นั้น คาดว่าเป็นไปตามที่รัฐบาลประกาศ คือ การโอนเงินก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2568 อย่างไรก็ดี รายละเอียดโครงการไม่ยากอะไร ก็คาดว่าจะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ส่วนเรื่องของขวัญปีใหม่กระทรวงการคลัง กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งอาจจะไม่ได้ให้ทันทีภายในปีใหม่นี้ก็ได้” นายพิชัยกล่าว
นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับเรื่องการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 18 ธันวาคมนี้ ในส่วนของการพิจารณาดอกเบี้ยนโยบาย เชื่อว่า รัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการพูดคุยกันหลายรอบแล้ว ซึ่งเข้าเหตุการณ์ภายใน และภายนอกประเทศตรงกัน อย่างไรก็ดี เรื่องการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็เป็นส่วนที่คณะกรรมการ กนง.ต้องพิจารณาเอง ว่าควรเป็นอย่างไร
“เรื่องดอกเบี้ยนั้น มีก็พูดคุยกันบ่อย และทำความเข้าใจกันแล้ว ว่าถ้าปรับลด หรือไม่ปรับ ผลกระทบจะเป็นอย่างไร เข้าใจว่าทางคณะกรรมการ กนง. ก็ทราบอยู่แล้ว ส่วนความเห็นส่วนตัว ก็คิดว่าถ้าจะลดดอกเบี้ย ก็ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ เพราะอัตราเงินเฟ้อไทยยังคงต่ำอยู่ ดังนั้น ก็จะลดดอกเบี้ยหรือไม่ลดก็ขึ้นอยู่กับว่าทำให้สถานการณ์เงินเฟ้อต่ำ ดีขึ้นได้หรือไม่” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัยกล่าวว่า ส่วนยอดการลงทะเบียน โครงการคุณสู้ เราช่วย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่เปิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา นั้น ยังไม่ได้รับรายงายยอดลงทะเบียน อย่างไรก็ดี ธปท. ยังเปิดให้ลงทะเบียนเรื่อยๆ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เชื่อว่าลูกหนี้ 1.9 ล้านคน เป็นจำนวน 2.1 ล้านบัญชี ลงทะเบียนครบ ก็น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

