กอบศักดิ์ หนุนภูเก็ต-เชียงใหม่ เหมาะตั้งบิตคอยน์ แซนด์บ็อกซ์ เตือนไม่เหมาะใช้เป็นตัวกลางซื้อขาย
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยว่า การเริ่มต้นนำสินทรัพย์ดิจิทัล (ดิจิทัลแอสเซท) โดยเฉพาะคริปโตเคอเรนซี เข้ามาใช้ในประเทศไทย ผ่านการใช้เป็นสินทรัพย์ในการดึงดูดผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาใช้จ่าย รวมถึงการออกเหรียญที่มีพันธบัตรรัฐบาลค้ำประกัน เพื่อกระตุ้นสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ ตามแนวคิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นแซนด์บ็อกซ์ที่ภูเก็ตนั้น ต้องบอกว่าจังหวัดภูเก็ตก็ถือเป็นจังหวัดที่มีความเหมาะสม มีความน่าสนใจ สะท้อนจากบุคลากรด้านเทคนิคหรือไอที อยากเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ทั้งจังหวัดภูเก็ต และเชียงใหม่ หากจะทำจึงอยากให้เลือกทำเป็นที่ๆ ใน 2 จังหวัดเหล่านี้ก่อน โดยต้องทดลองว่าจะไปได้ดีมากน้อยเท่าใด
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาในขณะนี้คือ สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะคริปโตมีความสวิงมากเกินไป ทำให้คำนวณกำไรและขาดทุนได้ยาก ยกตัวอย่าง หากซื้อบิตคอยน์ที่ราคา 3 ล้านบาท ผ่านไป 1 วัน ราคาปรับลดลง 10%
ทำให้หากขายบ้านแล้วจ่ายด้วยบิตคอยน์ที่ราคา 3 ล้านบาท ผ่านไป 1 วัน ราคาบิตคอยน์ลดลง 10% จากที่เราควรจะได้กำไร ก็จะหายไปแล้ว ทำให้ซื้อมาแล้วต้องรีบขายไป ซึ่งก็ไม่ใช่ เพราะสินทรัพย์ที่ดีจะต้องถือครองในระยะยาวได้ เหมือนธนบัตรที่ได้มาแล้วไม่ต้องรีบร้อนขาย สามารถใช้จ่ายได้ เป็นลักษณะของเงินที่ดี
“หากใช้คริปโตเคอเรนซี อย่างบิตคอยน์ในการใช้จ่าย ด้วยความที่เป็นของร้อนก็ต้องรีบขายออก มีการใช้จ่ายได้จริง แต่บริษัทที่มีรับชำระด้วยบิตคอยน์ก็อาจไม่กล้าถือครองไว้ เพราะของร้อน ราคาผันผวน ไม่สามารถคาดการณ์ได้ชัดเจน
หากมีการปรับขึ้นหรือลงวันละแค่ 5% เท่ากับมูลค่าอาจหายไปจนขาดทุนได้เลยด้วยซ้ำ ในวันนี้การใช้คริปโตจึงสามารถใช้ได้บ้าง แต่ด้วยตัวมันเองอาจใช้เป็นตัวกลางในการซื้อขายไม่ได้มากนัก เพราะราคายังไม่นิ่งเท่าที่ควร ไม่มีพื้นฐานที่สามารถจับต้องได้ อาทิ ผลประกอบการ หรือความสามารถทำกำไรธุรกิจเหล่านี้” นายกอบศักดิ์ กล่าว

