หน้าแรก เศรษฐกิจ พิชัย ประกาศข...

พิชัย ประกาศขับเคลื่อน 10 นโยบาย ดันส่งออกปี’68 โต 2-3% มูลค่าทะลุ 10 ล้านล้านบาท

18.12.24 | 15:23 น.

พิชัย ประกาศขับเคลื่อน 10 นโยบาย ดันส่งออกปี’68 โต 2-3% มูลค่าทะลุ 10 ล้านล้านบาท


วันที่ 18 ธันวาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมกำหนดเป้าทำงานในการผลักดันการส่งออกปี 2568 ของกระทรวงพาณิชย์ ตามนโยบายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ภาครัฐเร่งทำงานเชิงรุกร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การส่งออกไทยขยายตัวและนำเงินเข้าประเทศ และรับฟังแผนงานจากตัวแทนทูตพาณิชย์ใน 7 ภูมิภาคผ่านระบบประชุมทางไกล

โดยมีผู้บริหารที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนร่วมประชุม ว่า ภาคเอกชนชื่นชมที่กระทรวงพาณิชย์ สามารถเจรจา FTA ไทย-เอฟตา จบลงได้ จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าต่อไป และในอนาคตจะเร่งเจรจา FTA กับอียู และอังกฤษ ให้มีเขตการค้าเสรี (FTA) เกิดขึ้นให้มากที่สุด โดยในปี 2567 นี้ คาดว่าการส่งออกมีโอกาสสูงจะขยายตัวได้ 5% และมูลค่าทะลุ 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 10 ล้านล้านบาท ถือว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์

นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับปีหน้า 2568 ได้กำหนด 10 นโยบายในการผลักดันการส่งออกไทย ประกอบด้วย

Advertisement

1.เป้าหมายผลักดันการส่งออกปี 2568 เติบโต 2-3% แต่หวังว่าจะทำได้มากกว่านี้และใกล้เคียงปี 2567 ผลจากตอนนี้มีหลายอุตสาหกรรมกำลังแห่เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งช่วง 10 เดือนแรก 2567 มีมูลค่า 250,398 ล้านเหรียญสหรัฐฯ บวก 4.9%

2.การทำงานต้องไวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้ การค้าและการลงทุน มีเรื่องกังวลในประเด็นสหรัฐฯจะปรับขึ้นภาษี สำหรับประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีแผนขอเข้าพบกับผู้บริหารชุดใหม่ของสหรัฐฯ เพื่ออธิบายว่าประเทศไทย ไม่ควรโดนเก็บภาษีเพิ่ม เพราะไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าให้อเมริกา

3.เศรษฐกิจไทย กลับมาเป็นบวกต่อเนื่อง ซึ่งตนเชื่อว่าทุกวิกฤตเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย ซึ่งวันที่ 19-24 ธันวาคม ตนจะนำคณะเดินทางเยือนญี่ปุ่น ในโอกาสนี้จะพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ( METI) และพบกับภาคเอกชน เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่ม

4.ไทยพร้อมเปิดเสรีผ่านการเจรจา FTA กับทุกประเทศ เพื่อเร่งขยายการค้า ทำเงินเข้าประเทศ

นายพิชัย กล่าวต่อว่า 5.พร้อมเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมใหม่ เศรษฐกิจไทยต้องโตอย่างต่ำ 5% ไปอีก 20 ปี ถึงจะหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ต้องพร้อมเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์และดาต้าเซ็นเตอร์

6.รีแบรนด์ Thai SELECT ให้เข้าใจง่ายคล้ายมิชลินสตาร์ และโปรโมตส่งออกสินค้าระดับ Think Thailand NEXT LEVEL ไม่ขายวัตถุดิบอย่างเดียว แต่จะขายสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

7.สร้าง Thailand Brand การันตีสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อและร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนผู้ประกอบการ SME

8.ดึงดูดคนทั่วโลกด้วยซอฟต์พาวเวอร์ ใช้เสน่ห์ของไทย ทำให้มีจุดขาย

9.ทูตพาณิชย์ต้องมองโอกาสใหม่ๆ ร่วมมือกับพาณิชย์จังหวัด ช่วยส่งเสริมธุรกิจของไทยผู้ประกอบการไทย

10.กระทรวงพาณิชย์ ยุค 80:20 โดย 80% สนับสนุนภาคเอกชนส่งเสริมให้การค้าขายของเราให้เจริญรุ่งเรืองและอีก 20% ทำหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้การเกิดค้าขายที่เป็นธรรม มีมาตรฐาน

“ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน มีความร่วมมือที่ดีกันมาโดยตลอด ทางเอกชนเสนอว่าควรประชุมร่วมกันต่อเนื่อง เช่น ทุก 3 เดือน หรือ ถ้าฉุกเฉิน สามารถคุยกันได้ทันที เพื่อเร่งส่งเสริมเศรษฐกิจไทยเติบโต เพราะเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยเอกชน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ส่งเสริมให้เอกชนทำให้การค้าการขายคล่องขึ้นส่งของได้มากขึ้น” นายพิชัยกล่าว

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์ในการขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น ทำให้ปี 2567 นี้การส่งออกไทยจะเติบโตถึง 5% มากกว่าที่คาดไว้ และในปีหน้า 2568 คาดว่าจะเติบโตต่อได้อีก ซึ่งอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้นในวันนี้ เชื่อว่าจะมีโอกาสให้กับไทยในหลายเรื่อง กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับภาคเอกชนให้ขับเคลื่อนการส่งออกของเศรษฐกิจไทย ถ้าไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรมากน่าจะไม่มีปัญหา

นายอรุณ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ได้หารือกันกับกระทรวงพาณิชย์เกือบทุกเรื่อง มีการวางแผนป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งตัวเลขการส่งออกสูงเป็นประวัติการณ์ และแผนงานด้าน FTA มีความคืบหน้าและมีเป้าหมายที่จะขยายเพิ่มเติม เป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับประเทศ

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกในปีนี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประเทศสูงที่สุดในประวัติการณ์มากกว่า 10 ล้านล้านบาท มาจากการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างภาครัฐกับเอกชน และท่านรัฐมนตรี มีนโยบายที่ชัดเจนในการทำงานร่วมกับเอกชนทั้งการผลักดัน FTA และการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าอย่างจริงจังและรวดเร็ว โดยในปีหน้า 2568 เราต้องทันเหตุการณ์และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทย