ขุนคลัง จ่อชงครม.เคาะกรอบเงินเฟ้อสัปดาห์หน้า รับลูกทักษิณ ศึกษาสเตเบิลคอยน์
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังเปิดงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 7 ปี 2567 (มันนี่ เอ็กโป 2024) ถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.25 เมื่อวานนี้(18 ธันวาคม) เป็นไปตามการพิจารณาของ กนง. แต่อยากเห็นเงินเฟ้อปรับขึ้นอยู่ในระดับกึ่งกลางในระดับ 2% ต่อปี จากกรอบเงินเฟ้อที่ 1-3% ต่อปี และหากเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่เหมาะสม จะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศ โดยในสัปดาห์หน้า จะเสนอกรอบเงินเฟ้อ ปี 2568 ในระดับ 1-3% เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พร้อมเสนอมาตรการ อีซี่ อี-รีซีท โครงการลดหย่อนภาษี ด้วย
ส่วนกรณีทีว่าดอกเบี้ยนโยบายควรจะลดลงมากกว่านี้ หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า หากเศรษฐกิจดีอัตราดอกเบี้ยก็ไม่ต้องผูกกับนโยบายมากนัก ซึ่งจริงๆ แล้วดอกเบี้ยเป็นเรื่องของรายย่อยมากกว่ารายใหญ่ เพราะรายใหญ่จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรมีมาตรการดูแลรายย่อยเพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อได้
“นอกจากนี้ผมอยากเห็นเศรษฐกิจปี2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งหากเติบโตได้ถึงระดับ 3.5% และเงินเฟ้อที่ 2% เพราะจะทำให้ช่องว่างทางการคลังมีมากขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เพิ่มขึ้นได้”นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวถึง กรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการคลังศึกษาแนวทางการรับ สเตเบิลคอยน์ (stablecoin) หรือเหรียญที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันหรือป้องกันความเสี่ยงนั้น มองว่า เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มช่องทางให้คนใช้เงินมากขึ้น แต่ถ้าหากว่าจะนำสเตเบิลคอยน์มาใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเป็นผู้พิจารณา ถ้าเห็นว่าเหมาะสมก็ ให้เสนอมาตามขั้นตอน เหมือนกรณีที่เพิ่มเงินหยวนมาเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ

