เอกชนขานรับ ISAN NEXT ระเบียงศก.อินโดจีน หนุนสินค้าโอท็อปสู่สากล ด้านมรภ.โคราชชงรบ.เจ้าภาพ 3 ประเด็น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา กล่าวถึงการจัดงานสัมมนา ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤติ ในหัวข้อ “อนาคต อีสาน โอกาสประเทศไทย” ที่หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา จัดโดย มรภ.นครราชสีมาและเครือมติชน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ช่วงไฮไลต์สำคัญ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีบรรยายพิเศษหัวข้อ อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย โดยมีบุคคลสำคัญมากมาย นักธุรกิจท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่นและประชาชนที่สนใจเข้ารับฟังกันจำนวนมากว่า การจัดงานเสวนาในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากการประเมินประชาชนให้ความสนใจเข้าฟังการเสวนาอย่างเนืองแน่น ทั้งภาคเช้า ภาคบ่าย และภาคเย็น หลายคนก็แสดงออกทั้งในทางบวกและทางลบ
“ประเด็นแรก ในทางลบนั้นวิตกกังวลว่าผลจากการที่วิทยากรขึ้นมาบรรยาย มีรัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวง รวมทั้งตัวแทนจากหน่วยงานสำคัญพูด ท้ายที่สุดแล้วจะไม่มีเจ้าภาพมาสานต่อ เมื่อบรรยายเสร็จแล้วก็จบไป แต่การเสวนาในครั้งนี้ ไฮไลต์ช่วงเย็น นายทักษิณ ขึ้นมาพูดว่า ประเทศไทยมีจุดอ่อนเรื่องการไม่ค่อยมีเจ้าภาพ ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประเด็นนี้ เพราะวิทยากรที่มาบรรยายในงาน หลายคนก็เป็นคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อพูดต่อเวทีสาธารณชนแล้วก็เหมือนเป็นพันธสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องชาวภาคอีสาน ดังนั้น ผู้พูดจะต้องเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนงานที่ประกาศไว้ว่าจะใช้ทรัพยากร ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานที่ภาครัฐจัดไว้ให้ เพื่อมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตร และสร้างอุตสาหกรรมชีวภาพตามที่ได้พูดไว้”
รศ.ดร.อดิศรกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 เรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านซอฟต์พาวเวอร์ ต้องนำมาขยายให้เกิดผลอย่างแท้จริง โดยเฉพาะนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รัฐบาลต้องมอบให้เป็นเจ้าภาพ และซับพอร์ตอย่างเต็มที่
“ประเด็นที่ 3 ทุกคนพูดแต่ไม่กล้าแตะ คือเรื่องของเหมืองแร่โปแตช (Potash) เนื่องจากในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เกิดการประท้วงเรื่องนี้บ่อยครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากแร่โปแตชอยู่ใต้ดิน ข้างบนดินเป็นไร่ เป็นที่นาของชาวบ้าน แร่โปแตชถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่ามหาศาล ถ้าสามารถนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ จะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของภาคอีสานได้เช่นกัน ถ้ารัฐบาลสามารถหาเจ้าภาพมาทำใน 3 ประเด็นนี้ได้ การจัดงานเสวนาในครั้งนี้จะไม่สูญเปล่าแน่นอน” รศ.ดร.อดิศรกล่าว
ด้าน น.ส.ฐิติพรรณ จันทร์ประทักษ์ ประธานเครือข่ายธุรกิจ BIZ CLUB นครราชสีมา และรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงงานเสวนา ISAN NEXT ว่าการจัดงานเสวนาดังกล่าว ภาคเอกชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้รับทราบข้อมูลหลายอย่างที่ดีมาก โดยเฉพาะข้อมูลจาก น.ส.จินนา ตันศราวิพุธ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ที่ได้กล่าวว่าพื้นที่ภาคอีสานเป็นทำเลทอง ระเบียงเศรษฐกิจอินโดจีนแห่งใหม่ มีศักยภาพมากที่จะพัฒนาต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ให้กลายเป็นระเบียงเศรษฐกิจอินโดจีนได้ไม่ยากเลย เพียงแต่ว่าจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อช่วยกันผลักดันให้พื้นที่ จ.นครราชสีมา ไปสู่จุดนั้นได้สำเร็จ ถ้าทำได้ตนเชื่อว่าจะสามารถพลิกโฉมหน้าภาคอีสานให้กลายเป็นทำเลทองได้อย่างแน่นอน
“ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีอยู่เป็นจำนวนมากในภาคอีสาน ต่างรู้สึกดีใจที่นายทักษิณมีแนวความคิดจะปรับโฉมสินค้าโอท็อปให้มีมาตรฐานสากล ส่งออกไปขายได้ทั่วโลก เพียงแต่ว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน รวมทั้งขาดการเข้ามาช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างจริงจัง ทำให้สินค้าโอท็อปส่วนใหญ่ไปไม่ถึงระดับสากล โอกาสนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี รัฐบาลจะเข้ามาส่งเสริมศักยภาพของสินค้าโอท็อปอย่างจริงจัง”น.ส.ฐิติพรรณกล่าว

