จัดอันดับ 10 ธุรกิจ ดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 68 สายสุขภาพ-ดิจิทัล มาแรงอันดับหนึ่ง
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้จัดอันดับธุรกิจ ดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2568 โดยปัจจัยพื้นฐานมาจาก เศรษฐกิจในปี 2568 อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวขึ้น จาก 2.6-2.8% ต่อปี ในปี 2567 เป็น 3% ในปี 2568 โดย การท่องเที่ยวที่โดดเด่น การส่งออกที่น่าจะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีเทรดวอร์ และ การใช้จ่ายของภาครัฐ ทำให้ ม.หอการค้าไทยมองว่าเป็นขาขึ้นของหลายธุรกิจ
ทั้งนี้ ม.หอการค้าใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) เป็นเครื่องมือในการทำ 10 เทรนด์ธุรกิจปี 2568 ได้แก่ 1.ธุรกิจที่เกี่ยวกับเอไอ (AI) อาทิ แพลตฟอร์ม แอพพลิเคชัน ระบบคลาวน์ 2.เมตาเวิร์ส (metaverse) หรือโลกเสมือน สานกราฟิกต่างๆ 3.สินทรัพย์ ดิจิทัล (Digital Asset) อาทิ คริปโทเคอร์เรนซี บิตคอยน์ 4.เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อาทิ โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 5.สุขภาพ การกินดีอยู่ดี การแพทย์ ความสวยความงาม
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า 6.อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเสริมด้วยบริการเดลิเวอรี่ 7.สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) 8. Remote Work หรือ การทำงานจากระยะไกล ทำให้กลุ่มต่างชาติมาเที่ยวไทยเยอะขึ้น 9. Personalized Marketing หรือ การทำการตลาดแบบเจาะจงเฉพาะกลุ่ม เห็นจากที่ไทยได้รับการโปรโมต รีวิวเรื่องสตรีทฟู้ด ไนท์มาร์เกตมากขึ้น และ 10. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)
“นอกจากนี้ ม.หอการค้าไทย ยังทำ 10 เทรนด์ฮิตธุรกิจ ในปี 2568 แบบไทยๆ ในธีม ส. โดยแรงบัลดาลใจมาจาก ส. ของ ปีมะเส็ง ได้แก่ 1.สะดวกสบาย 2.สะอาด 3.สิ่งแวดล้อม 4.สมัยใหม่ 5.สำราญบันเทิง 6.สร้างสรรค์ 7.เสี่ยง 8.สะสม 9.สโมสร-สร้างเครือข่าย 10.สวดมนต์-สามมู”นายธนวรรธน์ กล่าว
สำหรับ 10 อันดับ ธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2568 ได้แก่
1. ธุรกิจการแพทย์และความงาม, ธุรกิจคลาวน์ เซอร์วิส (Cloud Service) และธุรกิจบริการ Cyber Security
โดยในส่วนของธุรกิจการแพทย์ที่มาแรงเป็นอันดับ 1 เชื่อว่าเป็นผลจากนโยบายฟรีวีซ่าของภาครัฐ และการขยายตัวของตลาด Medical Tourism พร้อมทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ, ส่วนธุรกิจ Cloud Service เป็นผลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล การทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ขณะเดียวกัน มีภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้น เช่น การโจรกรรมข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

2.Social Media และ Online Entertainment, Youtuber, Influencer และการรีวิวสินค้า
3. ธุรกิจ E-commerce, Soft Power (ซีรีส์ ภาพยนตร์), ธุรกิจโฆษณา และสื่อออนไลน์
4. ธุรกิจ Event, คอนเสิร์ต, จัดแสดงสินค้า ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
5. ธุรกิจความเชื่อ สายมู, ธุรกิจเงินด่วน โรงรับจำนำ, ธุรกิจประกัน
6. ธุรกิจให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม เช่น แม่บ้านรายวัน ซ่อมแซมอุปกรณ์, ธุรกิจผับ บาร์ คาราโอเกะ
7. คลินิกกายภาพ, ธุรกิจบริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้า-ติดตั้ง, ธุรกิจรถยนต์ EV, ธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง
8.ธุรกิจการเงิน-ธนาคาร Fintech และการชำระเงินผ่านเทคโนโลยี, ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ, ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม
9.ธุรกิจโทรคมนาคมสื่อสาร, ธุรกิจโลจิสติกส์ Delivery คลังสินค้า, ทนายความ, Street Food ตลาดนัดกลางคืน
10.ธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม (ไม่มีแอลกอฮอล์), ธุรกิจพลังงานทดแทน, ธุรกิจโรงพยาบาล-คลินิก เกี่ยวกับสัตว์
ส่วน 10 อันดับ ธุรกิจดาวร่วง ปี 2568
1.ธุรกิจจำหน่ายและให้เช่า CD และ VDO
2.ธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีแพลตฟอร์ม Online
3.ธุรกิจผลิต-จำหน่ายที่เก็บข้อมูล เช่น Thumb Drive
4.บริการส่งหนังสือพิมพ์
5.สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
6.ธุรกิจถ่ายเอกสาร
7.ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบดั้งเดิมที่ไม่มีการดีไซน์ใหม่
8.รถยนต์มือ 2
9.ร้านขายเครื่องเล่นเกม
10.ธุรกิจผลิตกระดาษ, ร้านโชว์ห่วย


