หน้าแรก เศรษฐกิจ ไตรภาคีเคาะ ข...

ไตรภาคีเคาะ ขึ้นค่าแรง 400 บ./วัน แค่ 4 จังหวัด บวกเกาะสมุย ครม.เคาะแจกหมื่นสูงวัย-อีซี่อี-รีซีท วันนี้

24.12.24 | 06:38 น.

ไตรภาคีเคาะ ขึ้นค่าแรง 400 บ./วัน แค่ 4 จังหวัด บวกเกาะสมุย ครม.เคาะแจกหมื่นสูงวัย-อีซี่อี-รีซีท วันนี้


เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ศูนย์การค้า Daikanyama T-Site ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รวม 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และบริษัท MIARAWASHIYA LLC เรื่อง การเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านมังงะ (การ์ตูน) ญี่ปุ่น ละ 20 นาที 2.ระหว่าง DITP และ บริษัท KENELEPHANT Co., Ltd. เรื่อง การจำหน่ายและเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านตู้กาจาปอง (ไข่หยอดเหรียญ) ประเทศญี่ปุ่น และ 3.ระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) และบริษัท Omiya เรื่องการใช้ผ้าไทย ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผลิตกิโมโนจำหน่ายทั่วประเทศญี่ปุ่น

“การลงนามบันทึกความตกลง และบันทึกความเข้าใจ รวม 3 ฉบับ ระหว่าง พณ.ไทยกับญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมของญี่ปุ่นเข้ากับไทย มีสินค้าไทยเข้าไปอยู่ในกาจาปองของญี่ปุ่น 5 รายการสินค้า ได้แก่ น้องมะม่วง เบียร์ช้าง มาม่า เงาะกระป๋อง และรถไฟไทย สอดแทรกความเป็นไทยเข้าไปในการ์ตูนมังงะ และใช้ผ้าไทยมาทำชุดกิโมโนของญี่ปุ่น ช่วยสร้างการรับรู้สินค้าและวัฒนธรรมไทย ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ตามนโยบายรัฐบาล” นายพิชัยกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 ธันวาคมนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอโครงการกระตุ้นกำลังซื้อครั้งใหญ่ ได้แก่ โครงการสนับสนุนเงิน 10,000 บาทให้ผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปี ได้คัดกรองผู้ได้สิทธิเสร็จแล้วประมาณ 3.2 ล้านคน น้อยกว่ากรอบวงเงินที่ตั้งไว้ 4 ล้านคน ใช้เงินงบประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท

Advertisement

และโครงการอีซี่ อี-รีซีท ประชาชนสามารถนำวงเงินการใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีเงินได้ 5 หมื่นบาท เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่กลางเดือนมกราคม สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จะต้องซื้อสินค้า หรือบริการผ่านร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง หากใช้สิทธิลดหย่อนเต็มจำนวน จะได้รับเงินคืนสูงถึงคนละ 1-1.5 หมื่นบาท

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ยังเสนอ ครม.เห็นชอบร่างแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2569-2573 กำหนดเป้าหมายการคลัง เน้นการรักษาขนาดการขาดดุลไม่ให้เพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มการขาดดุลลดลงใน 4 ปีข้างหน้า รวมทั้ง รักษาระดับการก่อหนี้ใหม่ไม่ให้ระดับหนี้สาธารณะเกิน 70% ต่อจีดีพี ตามกรอบวินัยการเงินการคลัง รวมถึง การนำเสนอกรอบเงินเฟ้อปี 2568 ในระดับ 1-3% ด้วย

และเตรียมนำเสนอการออกสลากการกุศลผ่านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาการออก 2 ปี งวดละ 11 ล้านฉบับ โดยเพิ่มวัตถุประสงค์ให้สามารถนำไปใช้ในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา หรือโอดอสได้

ที่กระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 22 เป็นประธานการประชุมบอร์ดค่าจ้าง ครั้งที่ 11/2567 เพื่อพิจารณาปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามนโยบายรัฐบาล ที่ตั้งเป้าประกาศในอัตรา 400 บาททั่วประเทศ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ใช้แรงงาน

ปรากฏว่าการประชุมในครั้งนี้ กรรมการไตรภาคี ประกอบด้วย ฝ่ายรัฐ 5 คน ฝ่ายนายจ้าง 5 คน และฝ่ายลูกจ้าง 5 คน รวม 15 คน เข้าร่วมครบองค์ประชุม ใช้เวลาหารือนานกว่า 5 ชั่วโมง นายบุญสงค์ แถลงผลการประชุมว่า บอร์ดค่าจ้างมีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2568 โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มในอัตราวันละ 7-55 บาท เฉลี่ยร้อยละ 2.9 แบ่งเป็น 17 อัตรา ซึ่งพิจารณาจากค่าครองชีพ และโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ มีอัตราสูงสุด วันละ 400 บาท และอัตราต่ำสุด วันละ 337 บาท โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้

1.กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท ใน 4 จังหวัด และ 1 อำเภอ ได้แก่ ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 2.กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 380 บาท ใน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 3.กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราวันละ 372 บาท ในเขตท้องที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 6 จังหวัด เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 4.กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 67 จังหวัด ที่เหลือให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0

“การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นในครั้งนี้ เป็นการปรับเพื่อให้แรงงานทั่วไป แรกเข้าทำงาน สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามสมควรแก่มาตรฐานการครองชีพ สภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน รวมทั้ง เหมาะสมตามความสามารถของธุรกิจในท้องถิ่นนั้น ซึ่งการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ จะทำให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์ จำนวน 3,760,697 คน” นายบุญสงค์กล่าว