หน้าแรก เศรษฐกิจ อาลัย ทองฉัตร...

อาลัย ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ผู้ว่าปตท.คนแรก ยุคพลังงาน โชติช่วงชัชวาล

24.12.24 | 13:05 น.

อาลัย ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ผู้ว่าปตท.คนแรก ยุคพลังงาน โชติช่วงชัชวาล

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ อดีตผู้ว่าการปิดโตรเลียมแห่งประเทศไทย หรือ ปตท. (ก่อนเป็น  บมจ.ปตท.) ได้ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ มีกำหนดการดังนี้

25 ธ.ค. พระราชททานน้ำหลวงอาบศพ เวลา 16.30 น.

วันที่ 26-29 ธ.ค. สวดพระอภิธรรม เวลา 18.30 น.

Advertisement

ทั้งนี้สำหรับ “ดร.ทองฉัตร” อดีตผู้ว่าการการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) มาจากสายบริษัทพลังงานโดยตรง โดยในปี 2521 เมื่อครั้งมีการก่อตั้ง ปตท. ได้รับการเชิญชวนจาก พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี ให้มาร่วมทำงาน เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าควรรวมหน่วยงานที่มีอยู่บางหน่วย จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจขึ้นใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจปิโตรเลียม ตั้งแต่การสำรวจ ไปจนถึงการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้จากการกลั่น โดยหวังให้เป็นองค์กรที่มีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ จึงได้มีการตรา “พระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2521” ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2521 ให้มีผลบังคับใช้ในวันต่อมา คือวันที่ 29 ธันวาคม 2521 และจัดตั้ง “การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หรือ ปตท.” มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยรวมเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับพลังงานปิโตรเลียมทั้งองค์การเชื้อเพลิง องค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย

“ดร.ทองฉัตร” ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ปตท. คนแรก ที่มาพร้อมภารกิจทำเพื่อชาติ แก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในประเทศจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อน ปตท. ในยุคบุกเบิก โดยมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ เมื่อครั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ก่อตั้ง บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขึ้นเพื่อทำหน้าที่สำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศ ดร.ทองฉัตรเป็นคนแรกที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท และ ดร.ทองฉัตร เคยเป็นที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และที่ปรึกษาคณะกรรมการ ปตท.สผ.อีกด้วย

ดร.ทองฉัตรดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ปตท. ปี 2522-2530 ซึ่งเป็นผู้นำการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยแก้วิกฤตน้ำโลกครั้งที่ 2 รวมถึงสร้างโรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 1 ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างท่อส่งก๊าซในทะเลเส้นแรก ยาว 425 กม.

ในช่วงดังกล่าว ปตท.มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาพลังงาน รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาแหล่งก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งเป็นยุค “โชติช่วงชัชวาล” ที่นำมาสู่การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก หรืออีสท์เทิร์นซีบอร์ด ทำให้เกิดมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เป็นพื้นที่รองรับการลงทุนปิโตรเคมีที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม ปตท.ถือเป็นองค์กรสำคัญที่เป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐ ก่อกำเนิดขึ้นหลังวิกฤตการณ์น้ำมันโลก หรือ Oil Shock ครั้งแรกในช่วงปี 2516-2517 สาเหตุจากกลุ่ม OPEC ได้ลดกำลังการผลิตลงในเดือน ต.ค. 2516 เพื่อต่อรองกับโลกตะวันตก เนื่องจากมีความขัดแย้งกับอิสราเอล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในขณะนั้น

ด้วยเหตุที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด ขณะที่แหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เพิ่งค้นพบ ยังไม่ได้รับการพัฒนาเพื่อนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ รัฐบาลจึงมีนโยบายให้จัดตั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งใหม่ขึ้นมารับผิดชอบการดำเนินการในกิจการที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม

นับจากช่วงเวลาของการเผชิญวิกฤต ปี 2523 ปตท.ได้พัฒนาตนเองขึ้นตามลำดับ เริ่มต้นจากการเปลี่ยนสถานีบริการน้ำมันตราสามทหาร มาเป็นสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปเปลวไฟสีฟ้า หยดน้ำมันสีน้ำเงินในวงกลมสีแดง และใช้คำขวัญเชิญชวนคนไทยให้หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ของ ปตท.ว่า นิยมไทย ศรัทธาไทย ใช้ ปตท.

เนื่องจากช่วงนั้นสถานีบริการน้ำมันล้วนเป็นของต่างชาติหมด หลังจัดรูปแบบบริหารกิจการพลังงานเข้าใกล้ความเป็นสากล ปตท.ได้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และเริ่มวางท่อก๊าซธรรมชาติจาก อ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง ผ่านเข้าสู่ระบบท่อเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (กฟผ.)

โดยในปีถัดมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี จึงได้เดินทางไปเปิดวาล์วท่อส่งก๊าซมายังโรงไฟฟ้าบางปะกง จนเกิดเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นจากปล่องควัน เป็นผลให้คนในยุคนั้นเรียกขานเปลวไฟนี้ว่า เปลวไฟ แห่งความโชติช่วงชัชวาล