จากกรณีจังหวัดภูเก็ตดำเนินการเข้มงวดให้ปิดสถานบริการและสถานบันเทิงตามเวลาที่กฏหมายกำหนด คือสถานบริการในเวลา 24.00 น. และสถานบันเทิงในเวลา 01.00 น. หลังจากมีกระแสโจมตีในโซเชียลมีเดียของจังหวัดว่ามีหลายหน่วยงานปล่อยประละเลยให้สถานประกอบการและสถานบันเทิงในจังหวัด โดยเฉพาะซอยบางลา หาดป่าตองที่มีการเปิดเกินเวลา และมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานระดับจังหวัดเข้าไปเรียกรับผลประโยชน์กันจนเป็นเรื่องปกติ เมื่อกระแสโซเชียลโหมหนักจนทำให้นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องออกหน้าดำเนินการแก้ปัญหาให้เกิดความโปร่งใส และกำจัดความคลุมเครือ ความไม่ชอบมาพากลที่โซเชียลกำลังกระหน่ำโดยการ คุมเข้มบังคับใช้กฏหมาย
นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบั
ผู้ประกอบระบุว่า การที่จังหวัดภูเก็ตเข้มงวดให้
ด้านนายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดเผยว่า ทางจังหวัดภูเก็ตได้ส่งหนังสือให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยขอขยายออกไปจนถึงเวลา 04.00 น.ตามที่สถานประกอบการร้องขอ
รายงานระบุว่า หลังจากทางจังหวัดภูเก็ตได้ส่งหนังสือให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แล้วนั้น ส่งผลให้หลายฝ่ายต้องร่วมผลักดัน โดยเฉพาะ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรับทราบปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงในจังหวัดภูเก็ต ให้จัดพื้นที่โซนนิ่งโดยการขยายเวลาปิดสถานบันเทิง จากเวลา 01.00 น. ให้ขยายเวลาปิดเป็น 04.00 น. เพื่อดูสถานการณ์จริง และประเมินผลรอบด้านก่อน ว่ามีความเป็นได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งที่พูดคุยเบื้องต้นจะให้มีการทดลองใน 2 จุดคือ เขตพื้นที่ ถนนท้ายนา ตำบลกะรน และในอำเภอกะทู้ ในเขตพื้นที่ ถนนบางลา ,ถนนทวีวงศ์, ถนนทวีวงศ์ราษฎร์อุทิศ 200 ปี (บางส่วน) และซอยแสนสบาย
อย่างไรก็ตาม หลังการลงพื้นที่จนถึงตอนนี้เป็นเวลา 20 วัน ก็ยังไม่มีความชัดเจนจากภาครัฐว่าจะเริ่มทดลองขยายเวลาได้เมื่อไหร่

ขณะที่นายวีรวิชญ์ กล่าวว่าล่าสุดจากที่ได้พูดคุยกับทางจังหวัดทราบว่า ขณะนี้ข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการนั้น นางกอบกาญจน์ ได้เซ็นชื่อหนุนการขยายเวลา และรอการนำเข้า ค.ร.ม.เพื่อพิจารณา ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนน่าจะรู้ผล ทั้งนี้ในส่วนของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงรออย่างมีความหวังต่อไป ถึงแม้จะสูญเสียรายได้ หากคิดแบบรวมๆเฉลี่ยผ่านมา 44 วัน เท่ากับ 4,400 ล้าน แต่ก็ต้องทนรอให้ได้ เพราะได้พยายามสู้กันมานานแล้ว เชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาได้ในเร็ววัน
ส่วนนายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ตัวแทนผู้ประกอบการสถานบั

