สำรวจราคาที่ดินทั่วไทยปี 2568 แพงขึ้น 5-10% ทำเลดาวเด่น แนวรถไฟฟ้า เมืองใหญ่ ท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นายปริสุทธิ์ รอดจากภัย ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจวิจัย บริษัท โปรสเปค แอพเพรซัล จำกัด ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการประเมินราคาทรัพย์สินและที่ดินที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เปิดเผยข้อมูลการสำรวจและวิเคราะห์ภาพรวมปี 2567 และแนวโน้มราคาที่ดินในปี 2568 ว่า แนวโน้มราคาที่ดินในปี 2568 จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2567 เนื่องจากการขยายตัวของเมือง ทำให้มีความต้องการที่ดิน เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยคาดว่าราคาที่ดินทั่วประเทศ จะปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 5-10% ขึ้นอยู่กับทำเล
โดยทำเลที่ดินที่ได้รับความสนใจและมีการปรับราคาสูงขึ้นจะอยู่ในทำเลที่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าทั้งสายใหม่และสายเก่า อาทิ เขตทวีวัฒนา บางแค บางพลัด ธนบุรี ตลิ่งชัน ดอนเมือง บางนา วัฒนา สะพานสูง สายไหม มีนบุรี สวนหลวง และบริเวณพื้นที่ปริมณฑล เช่น อำเภอเมืองนนบุรี อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ที่เป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมือง
ราคาที่ดินทั่วไทยขึ้น5-10%
ขณะที่พื้นที่ในต่างจังหวัดที่ราคามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว อาทิ โซนภาคเหนือ คือ จังหวัดเชียงใหม่ มีแนวโน้มราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้น ในปี 2568 เฉลี่ย 5-10 % เนื่องจากเป็นจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวของเมืองสูงมาก โดยมีการขยายพื้นที่เมืองออกไปทาง อำเภอสันทราย อำเภอสันกำแพง และอำเภอฝาง ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัย ชุมชนพักอาศัย และพาณิชยกรรม ออกจากเมืองเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น น้ำไม่ท่วม ประกอบกับมีโครงการสนามบินนานาชาติ เชียงใหม่แห่งที่ 2 ในพื้นที่ ทำให้ราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จะมีแนวโน้มปรับตัวของราคาที่ดินสูงขึ้นในปี 2568 ประมาณเฉลี่ย 5-10 % ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวของเมืองสูงมาก โดยเฉพาะอำเภอปากช่อง (เขาใหญ่) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัย ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโด เกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้ราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้น
ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จะมีแนวโน้มปรับตัวของราคาที่ดินสูงขึ้นในปี 2568 เฉลี่ย 5-10 % เทียบกับปี 2567 ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวของเมืองสูงมาก โดยเฉพาะอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัย ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโด เกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้ราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้น
ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต จะมีแนวโน้มปรับตัวของราคาที่ดินสูงขึ้นในปี 2568 ประมาณเฉลี่ย 10-15% เทียบกับปี 2567 ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวของเมืองสูงมาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดหาดที่สามารถพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยได้ ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัย ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโด เกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้ราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้น

”เพลินจิต-ชิดลม” แพงสุด 3.75 ลบ/ตร.ว.
จากผลการสำรวจของ โปรสเปคฯ พบว่า ในปี 2567 ทำเลที่มีราคาซื้อ-ขายสูงสุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล 10 อันดับแรกได้แก่
1. ถนนชิดลม-เพลินจิต 3,750,000 บาท/ตารางวา
2. ถนนวิทยุ 3,100,000 บาท/ตารางวา
3. ถนนสุขุมวิทตอนต้น 2,940,000 บาท/ตารางวา
4. ถนนสุขุมวิท 21 อโศก 2,730,000 บาท/ตารางวา
5. ถนนสีลม 2,700,000 บาท/ตารางวา
6. ถนนสาทร 2,400,000 บาท/ตารางวา
7. ถนนสุขุมวิท เอกมัย 1,950,000 บาท/ตารางวา
8. ถนนเยาวราช : 1,900,000 บาท/ตารางวา
9. ถนนพญาไท : 1,850,000 บาท/ตารางวา
10. ถนนพหลโยธินตอนต้น : 1,800,000 บาท/ตารางวา
นอกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลแล้ว ในพื้นที่ต่างจังหวัดพบว่า จังหวัดสงขลา มีราคาซื้อ-ขายที่ดินในปี 2567 สูงสุด รองจากกรุงเทพฯ โดยมีราคาซื้อ-ขายเฉลี่ยที่ 400,000 บาทต่อตารางวา ตามมาด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีราคาซื้อ-ขายสูงสุดเฉลี่ยที่ 250,000 บาทต่อตารางวา
โดยปัจจัยที่มีผลต่อการปรับราคาที่ดินในแต่ละทำเลประกอบด้วย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งถนน รถไฟฟ้า รวมไปถึงการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทำให้เกิดการขยายของเมือง การเดินทางที่สะดวกขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ ในขณะเดียวกันการขยายการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการที่ดินในแต่ละทำเล
เปิด 4 ทำเลเหมาะพัฒนาบ้าน-คอนโดฯ
จากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นผนวกกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ บริษัทได้สำรวจทำเลที่น่าสนใจและเหมาะกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งอาคารชุดพักอาศัย และ บ้านพักอาศัย โดยคำนึงถึงสิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้การเดินทางสะดวก ใน 4 ทำเลหลัก
1.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ช่วงบริเวณถนนศรีนครินทร์ถึงถนนร่มเกล้า ในพื้นที่เขตสะพานสูง เป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมือง ที่จะขยายออกไปทางด้านฝั่งตะวันออก ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่เป็นถนนตัดใหม่ถนนมีขนาดใหญ่การเดินทางสะดวก สามารถเชื่อมต่อกับถนนสายอื่นๆได้หลายเส้นทาง เช่น ถนนพระราม 9 ถนนศรีนครินทร์ ถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี ถนนรามคำแหง ถนนร่มเกล้า หรือถนนบางนา-ตราด ทำให้การเดินทางเข้าเมืองหรือออกนอกเมืองได้สะดวก ซึ่งมีโครงการที่อยู่อาศัยขนาดกลางจนถึงโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นใหม่หลายโครงการ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทางโครงการหลายโครงการนำมาใช้ในการทำการตลาด
2. ถนนพุทธมณฑลสาย 1-2 ในพื้นที่เขตตลิ่งชันและเขตทวีวัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมืองด้านทิศตะวันตก ถนนพุทธมณฑลสาย 1-2 เป็นถนนที่สามารถเชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง เช่น ถนนบรมราชชนนี ถนนเพชรเกษม ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากโครงการรถไฟฟ้าสีแดง ทางด่วน และถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ ทำให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชสะดวกมากขึ้น ทำให้มีโครงการบ้านจัดสรรในระดับราคาสูงเกิดขึ้นหลายโครงการ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นแพทย์หรือคุณหมอจากโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลธนบุรี ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก จึงเป็นทำเลเด่นที่น่าสนใจ สำหรับการพัฒนาบ้านพักอาศัย
3.ถนนจรัญสนิทวงศ์ ในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ช่วงสามแยกไฟฉาย พื้นที่บริเวณนี้ได้รับปัจจัยบวกจากโครงการรถไฟฟ้ายกระดับสายสีน้ำเงิน ทำให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้น และอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลธนบุรี ทำให้เกิดโครงการอาคารชุดพักอาศัยขึ้นหลายโครงการ เพื่อรองรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก รวมถึงกลุ่มข้าราชการที่ทำงานอยู่โซนกรุงเทพชั้นใน ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก จึงเป็นทำเลเด่นที่น่าสนใจ
4. ถนนกรุงธนบุรี ช่วงบริเวณเขตเชื่อมต่อระหว่างเขตธนบุรี และเขตคลองสาน ถนนกรุงธนบุรี เป็นถนนที่สามารถเชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง เช่น ถนนสาทรเหนือ ถนนรัชดาภิเษก ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนเจริญนคร พื้นที่บริเวณนี้ได้รับปัจจัยบวกจากโครงการรถไฟฟ้ายกระดับสายสีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเขตสาทรโดยสะพานตากสิน ทำให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้น รองรับกับกลุ่มพนักงานออฟฟิตที่ทำงานในย่านธุรกิจ สาทร สีลม ที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่แพงมากนักและเดินทางไม่ไกลที่ทำงาน จึงทำให้มีโครงการอาคารชุดเกิดขึ้นหลายโครงการ จึงเป็นทำเลเด่นที่น่าสนใจ
“ราคาที่ดินปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการลงทุนทั้งเพื่อการพัฒนาอาคารในเชิงพาณิชย์ และ การพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยการปรับตัวราคาในแต่ละทำเลจะมากหรือน้อยขึ้นกับความต้องการและการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละทำเล โดยทำเลที่ราคาปรับตัวสูง ส่วนใหญ่ จะเป็นทำเลที่การเดินทางสะดวก ใกล้แนวรถไฟฟ้า และมีสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งแหล่งงาน ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นหลัก” นายปริสุทธิ์ กล่าว


