ลุ้น ม.ค. 68 รฟท.ชงแก้สัญญา ‘รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน’ ชี้ หากไม่แก้-รัฐต้องหาแหล่งเงินทุนโยธา
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่มีบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (ซีพี) คู่สัญญากับรฟท. ว่า ขณะนี้ในปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เตรียมเสนอแก้ไขร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบภายในเดือน มกราคม 2568
นายวีริศ กล่าวว่า ขณะนี้ โครงการดังกล่าวจะเดินหน้าไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) คือ การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน และ ยังไม่มีการเจรจาถึงแนวทางยกเลิกสัญญา เพื่อเปิดประมูลจัดหาเอกชนรายใหม่ รวมถึงยังไม่มีการเจรจาแนวทางที่จะให้ รฟท.กลับมาลงทุนงานโยธาเอง และหาเอกชนร่วมลงทุนเฉพาะส่วนของงานเดินรถ
อย่างไรก็ตาม นายวีริศ กล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้วหากเป็นนโยบายของรัฐบาลว่าไม่ควรแก้ไขสัญญา และให้ยกเลิกสัญญา หรือประมูลใหม่ ทาง รฟท. ก็ยืนยันในความพร้อมที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ เอง แต่รัฐบาลต้องหาแหล่งเงินทุนงานโยธาด้วย ซึ่งทาง รฟท.ก็จะต้องจัดลำดับความสำคัญทางการลงทุน เนื่องด้วย ปัจจุบัน รฟท.มีโครงการเตรียมลงทุนรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 รวม 7 เส้นทาง และโครงการไฮสปีดไทยจีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย โดยโครงการเหล่านี้จะเริ่มดำเนินการในปี 2568 ดังนั้นมองว่า รฟท.มีโครงการที่ต้องลงทุนจำนวนมาก และหากต้องนำโครงการไฮสปีดสามสนามบินกลับมาดำเนินการเอง ก็จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญอีกครั้ง
ทั้งนี้ นายวีริศ กล่าวว่า จากที่ทราบจากทางอีอีซี นั้นเรื่องของการแก้ไขร่างสัญญาไฮสปีดต้องได้ข้อสรุปจบภายในเดือน มกราคม 2568 นี้ ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างร่วมทับซ้อนกับสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ซึ่งหากจะไปสู่การยกเลิกสัญญานั้นก็จะ ต้องพิจารณาถึงส่วนได้ส่วนเสีย และแง่กฎหมาย ว่าจะต้องมีการชดเชยคู่สัญญาหรือไม่ และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หรือหากจะประมูลใหม่จะทำโครงการนี้ล่าช้า และกระทบ ไปถึงสัญญาโครงสร้างร่วมไฮสปีดไทยจีนที่ยังรอการก่อสร้างในช่วงทับซ้อนบางซื่อ-ดอนเมือง หรือไม่

